“ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของจวนเสินโหว ท่านปู่ชวีฉู่ยังจำได้หรือไม่”
“ชางไป๋เฮ่อ?” ชวีฉู่ตกตะลึง “นั่นคือยอดฝีมือขอบเขตนภาที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง…เขาทำไมรึพ่ะย่ะค่ะ”
“ชางไป๋เฮ่อเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์แล้ว เมื่อครู่เขาต้องการจะสังหารพวกข้า”
“อะไรนะ!?” ชวีฉู่ตัวสั่น “เขา…เขาไม่ทราบหรือว่าองค์หญิงทรงมีฐานะอะไร”
“เขาทราบนั่นแหละ ถึงได้คิดสังหารข้าปิดปาก” ฉินอินดูสงบเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง
“กระหม่อมมาช่วยช้าไป องค์หญิงโปรดทรงอภัย!” ชวีฉู่ประสานหมัดคารวะ
“ใต้เท้าชวีฉู่ไม่ต้องตำหนิตนเอง หากไม่ใช่เพราะเสียงของท่าน เกรงว่าพวกข้าคงต้องตายด้วยเงื้อมมือของชางไป๋เฮ่อไปแล้ว” ฉินอินตรัส “ท่านช่วยมาดูอาการบาดเจ็บของอาอวี่กับท่านพี่ฉินเหลยก่อนเถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ชวีฉู่ตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เจ้าเด็กหลินมู่อวี่นี่ดวงแข็งเสียจริง…กระดูกหักสามท่อน หัวใจได้รับบาดเจ็บ แต่กลับยังไม่ตาย บาดแผลของท่านอ๋องน้อยเบากว่ามาก ไม่กระทบกระเทือนอวัยวะภายใน”
ถังเสี่ยวซีกล่าว “นั่นเพราะว่ามู่มู่เพิ่งจะหลอมวิญญาณต้นจิ้นหมู่ไป ได้รับทักษะการฟื้นฟู ดังนั้นพลังการฟื้นตัวของร่างกายเลยค่อนข้างดีเท่านั้นเอง”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง”
ชวีฉู่มองถังเสี่ยวซี แล้วยิ้มกล่าว “พลังขององค์หญิงซีก็พัฒนาขึ้นมากแล้ว…”
ถังเสี่ยวซีเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แต่ก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
ฉินอินตรัสถาม “ใต้เท้าชวีฉู่ ท่านทำไมถึงมาอยู่ที่ป่าล่ามังกรได้ล่ะ เสี่ยวซ