นแผลอีกครั้ง แต่บาดแผลของหลินมู่อวี่สาหัสมาก ไม่อาจรักษาให้หายสนิทได้ในระยะเวลาอันสั้น และเลือดก็ยังไม่หยุดไหล ถังเสี่ยวซีเห็นแล้วก็ตาแดงก่ำ ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก
“ใต้เท้าชวีฉู่ทำไมถึงยังไม่มาอีก” ฉินอินถาม
ถังเสี่ยวซีกล่าว “ข้าให้จิ้งจอกอัคคีส่งเสียงร้องออกมา ก็เพื่อเรียกท่านปู่ชวีฉู่ แต่เขาจะต้องอยู่ห่างจากที่นี่มากแน่ๆ ไม่เช่นนั้นคงจะมาถึงนานแล้ว…”
หลินมู่อวี่เริ่มมีแรงกลับคืนมาเล็กน้อย นอนอยู่ในอ้อมอกของเสี่ยวซี ยิ้มพูด “หากท่านปู่ชวีฉู่อยู่ใกล้จริง จะต้องฆ่าชางไป๋เฮ่อไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลืองพลังส่งเสียงมาจากที่ไกลๆ หรอก แค่ก แค่ก…”
เขาไออย่างรุนแรงรอบหนึ่ง เลือดไหลออกมาจากมุมปากอีกครั้ง
ฉินอินรีบเช็ดเลือดให้เขา เปลื่ยนน้ำพระเนตรเป็นรอยแย้มพระสรวลแล้วตรัสขึ้น “ก็เป็นเสียงของใต้เท้าชวีฉู่นี่แหละ ที่ช่วยชีวิตพวกเราสี่คนไว้…”
“ใช่แล้วล่ะ…”
……
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที เงาร่างของชวีฉู่ถึงได้ปรากฏขึ้นจากที่ไกลๆ เคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้า กระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนกระดูกมังกร มองสภาพที่น่าสงสารของหลินมู่อวี่และฉินเหลย อดขมวดคิ้วถามไม่ได้ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
ถังเสี่ยวซีร้องไห้ออกมาทันที น้ำตานองหน้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่หรือพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง..” ชวีฉู่คุกเข่าลงข้างหนึ่งบนกระดูกมังกร ทำความเคารพฉินอิน
ฉินอินทรงพยักพระพักตร์ เป็นนัยให้เขาลุกขึ้นยืน ก่อนตรัสขึ้น