้อาวุโสไม่จำเป็นต้องกังวลใจ”
“เช่นนั้นหรือ”
สีหน้าของชางไป๋เฮ่อเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก ยิ้มเย็นชา “ฝ่าบาท พระองค์เป็นผู้สืบทอดจักรวรรดิต้าฉินอย่างถูกต้อง เป็นอนาคตและความหวังของตระกูล แต่ถ้าหาก…องค์หญิงฉินอินสิ้นพระชนม์โดยบังเอิญกลางป่าลึก พระองค์ลองทายสิว่าจะมีใครรู้หรือไม่ว่าเป็นข้าที่ลงมือ ถ้าหาก…องค์หญิงฉินอินและท่านอ๋องน้อยฉินเหลยผู้สืบทอดราชวงศ์ที่ปลุกโซ่เทวะได้ล้วนตายในป่าล่ามังกร แล้วผู้ใดที่มีโอกาสขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปมากที่สุดกันเล่า”
หลินมู่อวี่สั่นสะท้านในใจ มือกำกระบี่เหลียวหยวนขวางหน้าฉินอิน กล่าวเสียงทุ้ม “ชางไป๋เฮ่อ เป้าหมายของเจ้าคือข้า ไม่ต้องนำความโกรธแค้นไปลงที่องค์หญิงอิน!”
พระสุรเสียงของฉินอินนุ่มนวลและแผ่วเบา “อาอวี่ เจ้ายังดูไม่ออกอีกหรือ ช่างไป๋เฮ่อมาที่นี่ไม่ได้วางแผนจะให้พวกเรารอดออกไปแม้แต่คนเดียว…”
ฉินเหลยกำดาบอัสนีทลายแน่น นัยน์ตามีประกายความโกรธ “ชางไป๋เฮ่อ เจ้าคนต่ำช้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่ เจ้าคนผู้ทรยศต่อจักรวรรดิ!”
“ทรยศจักรวรรดิแล้วยังไงหรือ” ชางไป๋เฮ่อหัวเราะเยาะ “ตระกูลฉินปกครองใต้หล้าได้ คนอื่นก็ทำได้เช่นกัน จะพูดมากมายไปทำไม วันนี้พวกเจ้าใครก็อย่าคิดว่าจะรอด!”
……
“วิ้ง!”
ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังพูด วิญญาณยุทธ์ของหลินมู่อวี่ก็เริ่มเคลื่อนไหว กระบี่เหลียวหยวนกลายเป็นสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ท้องของชางไป๋เฮ่อ การโจมตีนี้เสร็จภาย