“ตู้ม!”
เปลวเพลิงกลืนกินลำต้นไปพร้อมกับวิญญาณต้นไม้ และเผาส่วนที่เหลือจนกลายเป็นกองขี้เถ้าร้อนระอุ อานุภาพของพลังเจ็ดประทีปชั้นที่หนึ่งบวกกับแก่นเพลิงมังกร กลายเป็นพลังทำลายล้างรุนแรงที่เกินจินตนาการ แม้แต่ตัวหลินมู่อวี่เองก็ตกใจกับอานุภาพการโจมตีนี้เช่นกัน เขาเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปฐพีชั้นที่สามเท่านั้น อานุภาพการโจมตีครั้งนี้ทรงพลังกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตนภาอย่างฉินอินและฉินเหลยหลายเท่านัก!
ในวินาทีที่วิญญาณต้นไม้ถูกเผาจนสิ้น ต้นจิ้นหมู่ก็ได้สูญเสียพลังชีวิตไป ลำต้นขนาดใหญ่โค่นทลายลงมาอย่างรุนแรง กลายเป็นซากที่อ่อนปวกเปียกกองหนึ่ง เป็นสัญลักษณ์ว่าชีวิตนั้นค่อยๆ ไหลลอยหายไปอย่างช้าๆ
“โอย…”
ฉินอินที่อยู่ในพุ่มไม้ห่างออกไปไม่ไกล ส่งพระสุรเสียงครวญครางออกมา
หลินมู่อวี่พุ่งตัวออกไปอย่างรีบร้อน ประคองนางขึ้น “องค์หญิง ไม่เป็นอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ เลือดสดๆ ไหลซึมทะลุอาภรณ์ออกมา การโจมตีของเถาวัลย์นั้นช่างแข็งแกร่งนัก และฉินอินก็ไม่ได้มีการป้องกันที่ดีมากพอ
หลินมู่อวี่รีบหยิบโอสถฟื้นสภาพขวดหนึ่งส่งให้ถังเสี่ยวซี พร้อมพูด “เอานี่ไปรักษาองค์หญิง ข้าจะไปดูพี่ฉินเหลย”
“อือ!”
เมื่อมาถึงข้างกายฉินเหลย ก็เห็นเขานั่งอยู่บนโขดหิน ขาข้างหนึ่งยืดออกมา เขากัดฟันดึงหนามเถาวัลย์ที่ปักอยู่ที่ขาออก เลือดค่อยๆ ไหลออกมา ไม่ปริปากร้องสักคำ ฉินเหลยผู้นี้เป็นชายอกสามศอกที่มีความทรหด