จิ้นหมู่แล้ว สีของน้ำเต้าก็เปลี่ยนจากสีส้มไปเป็นสีคราม สวยงามยิ่งนัก นอกจากนี้ก็ยังดูดซับได้ทักษะ ‘ฟื้นฟู’ ของต้นจิ้นหมู่มาด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มระดับพลังในการฟื้นฟู ถึงขนาดที่หลินมู่อวี่ยังรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาในชีพจร ความรู้สึกที่ส่งผ่านออกมาจากบาดแผลที่หัวไหล่นั้น ดูเหมือนแผลเมื่อครู่จะค่อยๆ สมานด้วยตัวของมันเอง!
“อาอวี่ หลอมได้ทักษะมาหรือไม่” ฉินเหลยถาม
“อือ” เขาพยักหน้า “ทักษะของต้นจิ้นหมู่ดูเหมือนจะเป็นการงอกใหม่ ถูกข้าหลอมจนกลายเป็นทักษะการฟื้นฟู เกรงว่าจากนี้ไประดับการสมานแผลของข้าคงจะเร็วจนน่าประหลาดใจเลยล่ะ”
“ยินดีด้วย!” ฉินเหลยพยุงร่างกับดาบอสนีทลาย พลางหัวเราะ “คิดไม่ถึงว่าต้นจิ้นหมู่ต้นเดียว จะทำให้พวกเราสามคนได้รับบาดเจ็บกันหมด มีเพียงเสี่ยวซีคนเดียวที่ไม่มีบาดแผลใดๆ แม้แต่น้อย
ถังเสี่ยวซีหน้าแดง “คงเป็นเพราะข้าหลบอยู่ไกลกระมัง”
หลินมู่อวี่พูดอารมณ์ดี “นี่เป็นเรื่องดี เสี่ยวซี พลังของเจ้านั้นต่ำที่สุดในหมู่พวกเรา หลบไกลหน่อยพวกเราถึงจะมีสมาธิในการต่อสู้ ควรจะเป็นเช่นนี้นั่นแหละ”
ถังเสี่ยวซีกลับจู๋ปาก “แต่ข้าก็ฝันที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งด้วยเหมือนกันนะ อยู่กับพวกที่แข็งแกร่งจนเพี้ยนอย่างพวกเจ้า สั่นคลอนความมั่นใจของข้ามากเกินไป!”
ฉินอินลุกขึ้นยืนแล้วยิ้ม “พวกเราหาที่หยุดพักกันหน่อยเถอะ แล้วค่อยออกตามหากระดูกมังกรกันทีหลัง”
ฉินเหลยพูดขึ้น “ในเมื่อพวกเราเข้ามาในสุสานมังก