ว สัตว์วิญญาณหมวดอัคคีนั่นน่าจะเขมือบหมีวิญญาณเข้าไปแล้วถึงจะถูก!”
“อันนี้ก็พูดยาก” หลินมู่อวี่ยิ้มที่มุมปาก “บางทีเจ้าสัตว์วิญญาณหมวดอัคคีนั่นอาจจะคิดว่าหมีวิญญาณเป็นหมูที่เลี้ยงไว้ดูเล่นกระมัง”
“เช่นนี้เอง แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี”
“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะคอยระวัง หากสัตว์วิญญาณตัวนี้เกิดโชคร้ายมาเจอเราเข้าจริงๆ เช่นนั้นก็ถือโอกาสฆ่ามันเสีย เสี่ยวซีกำลังจะเข้าสู่ขอบเขตปฐพีชั้นที่สามพอดี จำเป็นต้องใช้วิญญาณของสัตว์วิญญาณหมวดอัคคี กระหม่อมแทบอยากจะให้มันปรากฏตัวขึ้นเสียเหลือเกิน!”
“อือ…”
กลางดึก ฉินอินกับถังเสี่ยวซีนอนกอดกันหลับไป ทั้งสองเร่งเดินทางกันทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ทางด้านฉินเหลยก็กอดดาบอสนีทลาย สายตาคมกริบจ้องไปที่เพดานถ้ำ เฝ้าคุ้มกันห่างจากหญิงสาวทั้งสองราวสามเมตร ในฐานะผู้บัญชาการทหารองครักษ์อวี้หลิน ภารกิจอันใหญ่หลวงของฉินเหลยก็คือการปกป้องผู้สืบทอดแห่งจักรวรรดิพระองค์นี้ แต่ว่าเมื่อฉินเหลยหันกลับไปมอง สายตาที่มองใบหน้าที่หมดจดของฉินอินนั้น ดูราวกับมีอีกหนึ่งความรู้สึกที่กำกวมอยู่ในสายตา
เขาถอนหายใจ จับดาบอสนีทลายในมือให้แน่นขึ้นไปอีก
นอกถ้ำ เปลวไฟจากกองไฟสั่นไหวอยู่ท่ามกลางสายลมในยามค่ำคืน กลางดึกในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงนั้นช่างหนาวเหน็บยิ่ง โดยเฉพาะหลังจากที่ฝนตก ดูเหมือนว่ากำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว
หลินมู่อวี่กอดกระบี่เหลียวหยวนไว้ มองเปลวไฟที่พริ้วไหว ดว