ฝนก็ลุกพรึ่บขึ้นบนกระบี่ ส่องให้เห็นทางด้านหน้าเล็กน้อย เขาเดินตรวจตรารอบๆ ค่าย ต้องให้แน่ใจว่าบริเวณโดยรอบไม่มีศัตรู ครั้งนี้เป็นเพราะตนเองถึงทำให้ถังเสี่ยวซีและฉินอินต้องมาป่าล่ามังกรด้วยกัน หากไข่มุกแห่งจักรวรรดิทั้งสองนี้เป็นอะไรไป เขาต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตแน่
“กระโจมมีฝนรั่วเข้ามา รีบไปหาใบไม้ใหญ่ๆ มาเร็วเข้า!” ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา ทหารรักษาพระองค์จำนวนไม่น้อยทยอยกันเข้าไปตัดใบไม้ในป่า
และในตอนนี้เอง จู่ๆ ด้านขวาของเขาก็มีเสียงซวบซาบดังขึ้น หลินมู่อวี่รีบหันไปดูด้วยความตื่นตัว เขายกกระบี่เหลียวหยวนขึ้นส่องไปตรงมุมมืด “นั่นใคร”
“ข้าเอง ไม่ต้องพูดแล้ว!”
ในความมืด ใบหน้าอันงดงามหมดจดโผล่ออกมาจากผ้าคลุม เป็นฉินอินนี่เอง เพียงแต่ตอนนี้นางสวมชุดเกราะของทหารรักษาพระองค์ แย้มพระโอษฐ์ “ทำไมหรืออาอวี่ สภาพข้าดูประหลาดมากเหรอ”
“องค์หญิงทำไมทรงแต่งตัวเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่แต่งตัวแบบนี้แล้วจะแอบหนีออกไปได้อย่างไรเล่า” นางแย้มพระสรวล ช่างงดงามเหลือเกิน
“แอบหนี?”
“เร็วเข้าเถอะ เสี่ยวซีกำลังรอพวกเราอยู่ทางด้านหน้า!” ฉินอินจับผ้าคลุมขึ้นคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าอีกครั้ง ชุดคลุมสีทองเข้มของราชวงศ์ตัวนี้เป็นเสื้อกันลม ดูแล้วคงจะกันฝนได้ด้วย
หลินมู่อวี่มึนงง กางร่มให้นาง อีกมือหนึ่งถือกระบี่เหลียวหยวนแทนคบเพลิงส่องทาง
ฉินอินเงยหน้ามอง พบว่าหลินมู่อวี่เนื้อตัวเปียกปอนไป แต่กลับใช้ร่มกันฝนเหนือเศี