ยรตนเอง อดไม่ได้ที่จะแย้มพระโอษฐ์ แต่ก็ไม่ได้ทรงตรัสอะไรออกมา นางรู้ว่าตนเองเป็นองค์หญิงแห่งจักรวรรดิ ตรัสมากไปอาจจะดูไม่เหมาะ
“พวกเจ้าช้ากันจังเลย!”
เดินไปด้านหน้าอีกหน่อย ข้างๆ พุ่มไม้มีเสียงของถังเสี่ยวซีดังขึ้น นึกไม่ถึงเลยว่านางก็สวมชุดเกราะของทหารรักษาพระองค์ด้วยเหมือนกัน ทำให้ร่างอรชรของนางน่าขัน แถมนางยังจูงม้ามาด้วยสามตัว แล้วยิ้มพูด “พวกเจ้าช้ามากเลยนะ หึ หึ ครั้งหน้าอย่าให้ข้าไปขโมยม้าอีกเลยนะ ข้าเกือบจะถูกเจ้าม้าศึกนิสัยดุร้ายนี่เตะเข้าให้แล้ว!”
หลินมู่อวี่รู้แล้วว่าพวกนางต้องการจะทำอะไร จึงอดพูดไม่ได้ “พวกเราแอบหนีออกไปแบบนี้ไม่ค่อยจะเหมาะสมกระมัง พี่เฟิงจี้สิงกับพี่ฉินเหลยต้องตามหาพวกเราอย่างบ้าคลั่งแน่นอน”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าทิ้งจดหมายไว้ในกระโจมแล้ว” ฉินอินแย้มพระโอษฐ์
“มืดขนาดนี้ พวกเราจะไปที่ไหนหรือ” หลินมู่อวี่ถาม
ฉินอินครุ่นคิด สายฝนปลายฤดูใบไม้ร่วงกลายเป็นหมอกฝนตกลงมาบนแพขนตายาวงอนของนาง แล้วกลายเป็นน้ำค้าง ไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความงดงามตามธรรมชาติให้นางอีกหลายส่วน ทว่านางไม่รู้ตัว เงยหน้าแล้วแย้มพระโอษฐ์ตรัสขึ้น “พวกเรามุ่งไปทางทิศใต้เถอะ เลี่ยงเส้นทางของกองทัพ เดินอ้อมเข้าสู่ส่วนลึกของป่าล่ามังกร ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขึ้นม้าเถอะ ก่อนฟ้าสางหาที่พักให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
“อืม!”
หลินมู่อวี่พยักหน้า ก็คงต้องเป็นอย่างนี้แล้ว
ทั้งสามคนขึ้นม้าและมุ่งไปทางทิศใ