ใกล้เที่ยงวัน ม้าสองตัวหยุดลงที่หน้าประตูตำหนักเจ๋อเทียน ถังเสี่ยวซีพลิกตัวลงจากม้า แล้วเดินนำหลินมู่อวี่ขึ้นไปข้างหน้า กลุ่มองครักษ์อวี้หลินเข้ามาต้อนรับ
“องค์หญิงซี!” องครักษ์อวี้หลินทำความเคารพ
ถังเสี่ยวซีเอ่ย “ช่วยทูลองค์หญิงอิน บอกว่าถังเสี่ยวซีขอเข้าเฝ้า”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
องครักษ์อวี้หลินรีบขึ้นม้าอย่างรวดเร็ว ประมาณเกือบสิบนาทีถึงกลับมา จากนั้นประสานมือคำนับแล้วยิ้ม “องค์หญิงอินทรงฝึกซ้อมยิงธนูอยู่ที่ตำหนักฉีเฟิ่ง…ให้กระหม่อมมานำทางองค์หญิงซีและหลินจื้อเข้าไปพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ขอบใจมาก!”
……
พวกเขารีบขึ้นม้า แล้วไปที่วังหลวงอย่างรวดเร็ว
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินมู่อวี่เข้ามายังตำหนักเจ๋อเทียน รู้สึกแปลกใหม่จนพูดไม่ออก พื้นตำหนักปูด้วยหยกสีขาวเงางามเป็นประกาย และที่ไกลออกไปคล้ายจะมีตำหนักหลายหลังที่มีปกคลุมไปด้วยหมอก กระเบื้องแกะสลักส่องประกายแวววาว ทุกๆ สิบก้าวจะมีองครักษ์อวี้หลินหนึ่งนายยืนประจำรักษาการณ์อยู่ ที่นี่ไม่เพียงแต่จะมีทรัพย์สมบัติกองเป็นภูเขาเท่านั้น การอารักขาคุ้มกันก็ไม่ได้เข้มงวดระดับธรรมดา
หลังจากเดินทะลุตำหนักต่างๆ เข้าไป ในที่สุดก็มาถึงตำหนักฉีเฟิ่งซึ่งเป็นสถานที่ประทับของฉินอิน ขั้นบันไดของตำหนักที่ทอดยาวทำให้หลินมู่อวี่ถึงกับพูดไม่ออก หรูหราเหลือเกิน อยู่คนเดียวบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เดิมดีนึกว่าคฤหาสน์ที่ตนเองอยู่ในโลกเดิมฟุ่มเฟือยแล้ว แต่เมื่อเทียบกับที่ประทับของฉิน