อิน คฤหาสน์ของเขาจัดว่าเรียบง่ายไปเลยทีเดียว
ด้านนอกของตำหนักฉีเฟิ่งเป็นลานฝึกยุทธ์ “กุบกับๆ” เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้น องค์หญิงฉินอินสวมชุดคลุมสีทองนั่งอยู่บนหลังม้าพันธุ์ดี ในมือถือเกาทัณฑ์ที่ประณีตงดงาม รอบกายปกคลุมด้วยพลังสีทองของวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะ นางปล่อยมือซ้ายที่จับบังเหียน ใช้สองมือง้างเกาทัณฑ์ เล็งไปยังเป้าที่อยู่ไกลออกไป!
“ฟิ้ว!”
เสียงเบาๆ ดังขึ้น ลูกธนูปักเข้ากลางเป้าพอดี นางกำนัลก็ยิ้มขึ้นทันที “ฝีมือยิงธนูขององค์หญิงทรงยอดเยี่ยมที่สุดเลยเพคะ!”
แต่ในตอนนี้เอง ฉินอินกลับเบนสายตาไปอีกทาง นางลงจากหลังม้าแล้วมุ่งตรงเข้าไปหาถังเสี่ยวซีและหลินมู่อวี่ ปล่อยให้รองเท้าขลิบทองเหยียบลงบนกรวดทราย “เสี่ยวซี พวกเจ้ามาแล้วเหรอ!”
ถังเสี่ยวซีจูงบังเหียนม้า ยิ้มกล่าว “เสี่ยวอิน ครั้งนี้ข้ากับมู่มู่มาเพราะมีธุระน่ะ เจ้าพาพวกเราเข้าไปคลังโอสถหน่อยสิ มู่มู่ต้องรีบใช้สมุนไพรระดับสิบ งานนี้เจ้าต้องช่วยนะ…”
ฉินอินชะงัก สายตามองที่ร่างของหลินมู่อวี่แล้วแย้มพระโอษฐ์ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราออกเดินทางไปคลังโอสถกันเถอะ ผู้ดูแลที่นั่นข้ารู้จัก สามารถเข้าออกได้ตามสบาย”
“อืออื้อ!”
เมื่อทั้งสามคนมาถึงคลังโอสถ ก็เข้าออกตามสบายได้จริงๆ เพราะใบหน้าที่งดงามของฉินอินก็เป็นใบเบิกทางแล้ว นางเป็นแก้วตาดวงใจของกวางหมิงหวังฉินจิ้น อายุยังน้อยก็ปลุกวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะได้แล้ว ทำให้นางได้รับตำแหน่งผู้สืบทอดจักรวรรดิ ขน