อ่ยกับเหลยหงด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความเสียใจ “ใต้เท้าเหลยหง บาดแผลของจางเหว่ยสาหัสนัก เอ็นมังกรแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ ไม่มีทางรักษาให้หายคืนสภาพเดิมได้ เขาไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้อีกต่อไปแล้ว”
เหลยหงคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าจะมีผลลัพธ์เช่นนี้ เขาถอนหายใจ “ขอบใจพวกท่านมาก สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว”
ผู้ดูแลสมาพันธ์โอสถกล่าวอำลาแล้วจากไป
ในตอนนี้เอง จางเหว่ยรู้สึกตัว เขานอนอยู่บนเตียงไม่ขยับเขยื้อน ใช้สายตาคมกริบมองไปยังเหลยหง “ผู้ดูแลอาวุโส…”
“จางเหว่ย!”
เหลยหงตัวสั่นเทิ้ม “ไม่เป็นอะไรแล้ว เจ้าจะต้องหายดี”
จางเหว่ยกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด แววตาเผยให้เห็นความสิ้นหวัง “ผู้ดูแลอาวุโสไม่จำเป็นต้องปลอบใจข้า ข้ารู้ว่าข้าพิการแล้ว เอ็นมังกรถูกตัดขาด ไม่มียาใดจะรักษาได้ แม้แต่เทวดาก็ยากที่จะช่วยเหลือ”
ขณะที่พูด จางเหว่ยก็มองไปทางหลินมู่อวี่ เขายิ้ม “หลินจื้อ…”
หลินจื้อเดินเข้าไปหา มือจับขอบเตียง “เจ้าไม่ต้องพูดอะไร รักษาตัวให้ดี”
จางเหว่ยยิ้มบางๆ “ข้าอยากจะเตือนเจ้า ผู้ที่ล่วงเกินจวนเสินโหวมีสองคน คนหนึ่งคือข้า ซึ่งถูกแก้แค้นแล้ว ส่วนอีกคนก็คือเจ้า…หลินจื้อ เจ้าอย่าได้ประมาทศัตรู ผู้ที่ลอบโจมตีข้านั้นแข็งแกร่งมาก เกรงว่าพลังยุทธ์คงทัดเทียมกับผู้ดูแลอาวุโสเลยทีเดียว เจ้าต้องระวังตัว ข้า…ข้าจางเหว่ยที่มีชีวิตเส็งเคร็งนี้ ตายก็ไม่เสียดาย!”
“ไม่!”
น้ำเสียงของหลินมู่อวี่สงบแต่หนักแน่น พ