สิขอรับ หากไม่มีจริงๆ…ด้วยสถานะระดับดาวสีทองของวิหารของท่าน น่าจะสามารถเข้าไปดูที่หอเก็บโอสถของตำหนักเจ๋อเทียนได้ บางทีอาจจะเจอ”
“อือ ขอบใจท่านมาก!”
หลินมู่อวี่พยักหน้า แล้วหมุนตัวเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงสิบนาที ม้าก็มาหยุดลงที่หน้าจวนที่ประทับเมืองชีไห่ หลินมู่อวี่พลิกตัวลงจากหลังม้า สะพายกระบี่เหลียวหยวนไว้บนบ่า แล้วประสานมือคารวะทหารรักษาการณ์ที่เฝ้าอยู่สองสามคน “ข้าหลินจื้อจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ ขอเข้าพบองค์หญิงซี ได้โปรดแจ้งให้ด้วยขอรับ”
ทหารนายหนึ่งพยักหน้าให้ด้วยความเคารพ หลังจากเข้าไปยังจวนที่ประทับไม่นานก็กลับออกมา เขาทำความเคารพตามระเบียบของทหารแห่งจักรวรรดิ “ใต้เท้าหลินจื้อ องค์หญิงซีเชิญท่านเข้าพบ พระองค์ทรงรอใต้เท้าอยู่ที่ห้องโถงขอรับ!”
“ขอบใจมาก!”
ด้านในจวนที่ประทับเมืองชีไห่ราวกับสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ก็มิปาน ทำให้หลินมู่อวี่รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าถ้ำเสือ ตลอดทางเต็มไปด้วยทหารรักษาการณ์ ราวกับกำลังแสดงแสนยานุภาพของทหารเมืองชีไห่ที่ทรงพลัง ห้องโถงนั้นอยู่ไม่ไกล ตอนที่เขาไปถึงนั้น ถังเสี่ยวซีก็ออกมาในชุดกระโปรงแดงสลับขาวที่งดงาม รองเท้าหุ้มข้อคู่น้อยเหยียบอยู่บนใบเฟิงสีแดง (ใบเมเปิ้ล) ยิ้มพูด “มู่มู่ ในที่สุดเจ้าก็มาเยี่ยมข้าแล้วสินะ”
เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามมีความสุขของถังเสี่ยวซีแล้ว เขากลับรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย ยกมือเกาศีรษะ “เสี่ยวซี ที่จริงแล้วข้ามาคร