่ยเสียงเบา “ก่อเรื่องไม่หยุด สังหารคนในวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็แล้วไป ยังจะกล้าไปสังหารคนที่หมู่บ้านลั่วสยา การตายของโอวหยางชิวก็ถือว่าหาเรื่องใส่ตัวเอง!”
หลายปีมานี้เจิ้งฟางไม่เคยเห็นท่านพ่อมีโทสะเช่นนี้ จึงรีบคุกเข่าลง ร่างกายสั่นเทิ้ม “ท่านพ่อ…แต่โอวหยางชิวเป็นกุนซือของจวนเสินโหวเรา ไม่ว่าอย่างไร จะให้เขามาตายแบบนี้ไม่ได้!”
“แล้วจะทำอะไรได้”
แววตาอันลุ่มลึกของเจิ้งอี้ฝานตกอยู่บนตัวของเจิ้งฟาง ความเย็นเยือกจางๆ แผ่ออกมาแล้วเอ่ยขึ้น “ฟางเอ๋อร์ เจ้าทำข้าผิดหวังเหลือเกิน ข้าส่งเจ้าไปวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่ออะไร เพราะอยากให้เจ้าจะได้ฝึกสุดยอดทักษะวิชาและเป็นคนกล้าหาญไม่ธรรมดา แต่เจ้ากลับเอาแต่ไร้สาระไปวันๆ ไม่ต้องพูดอีกแล้ว มิเช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไปอยู่หอบำเพ็ญตบะสามปี!”
เจิ้งฟางหน้าซีด ตกใจจนพูดไม่ออก
ในตอนนี้เอง หญิงสาวนางหนึ่งก็ยกถาดน้ำชาค่อยๆ เดินกรีดกรายขึ้นมา นางสวมชุดสีขาวหิมะ รูปร่างหน้าตางดงาม นางวางถาดน้ำชาลง แล้วเดินมานวดไหล่ให้เจิ้งอี้ฝาน พลางยิ้มกล่าว “ท่านพ่อ อย่าโกรธน้องชายเลย เขาก็แค่วู่วามไปชั่วครู่เท่านั้น หากท่านส่งเขาหอบำเพ็ญตบะจริงๆ เกรงว่าสามปีผ่านไป เขาออกมาอีกครั้งคงกลายเป็นสวะที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร”
โทสะบนใบหน้าของเจิ้งอี้ฝานลดลงไปบ้าง “เซียงเซียง เจ้าตามใจน้องชายคนนี้เกินไปแล้ว เจ้าดูน้องเจ้าสิ ไม่มีท่าทางของอ๋องน้อยจวนเสินโหวเลยสักนิด วันๆ เอาแต่อยู่กับพวกไร้สมอ