ง!”
สาวน้อยผู้นี้คือบุตรสาวของเจิ้งอี้ฝาน เจิ้งเซียง พี่สาวของเจิ้งฟาง
เจิ้งเซียงยิ้มอ่อนหวานนุ่มนวล “ท่านพ่อ เรื่องนี้ก็แล้วไปเถอะเจ้าค่ะ โอวหยางชิวสังหารผู้อื่นก่อน เป็นเขาที่ผิดจริงๆ แถมเขาก็ตายในการประลองพิพากษาแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใด”
เจิ้งอี้ฝานพยักหน้า “อืม ข้ารู้แล้ว เซียงเซียงเจ้าไปพักผ่อนเถอะ พ่อจะค่อยๆ ตรองดูอีกครั้ง”
“เจ้าค่ะ”
เจิ้งเซียงหมุนตัวจากไป
……
ใช้ญาณสัมผัสได้ว่าเจิ้งเซียงเดินออกไปไกลแล้ว แววตาของเจิ้งอี้ฝานถึงได้เป็นประกาย “เจ้าเด็กที่ชื่อหลินมู่อวี่นั่นสังหารโอวหยางชิว ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นการท้าทายจวนเสินโหว เหลยหงก็เข้าข้างเจ้าเด็กหลินมู่อวี่ หึ…ไม่เห็นจวนเสินโหวอยู่สายตาเลยใช่ไหม ในเมื่อตาเฒ่าเหลยหงไม่เกรงกลัวจวนเสินโหว เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”
พูดจบ เจิ้งอี้ฝานก็สูดลมหายใจเข้าลึก ปรับลมหายใจแล้วก็กล่าวเสียงเรียบ “ผู้อาวุโสชาง เกรงว่าครั้งนี้ต้องให้ท่านออกโรงแล้ว”
“เสินโหวโปรดรับสั่ง ข้าน้อยจะทำอย่างสุดความสามารถ”
มีเสียงกังวานลอยดังมาในอากาศ เจิ้งฟางรีบเงยหน้าขึ้น แล้วยิ้มอย่างดีใจ “ท่านปู่ชางอยู่เมืองหลวงหรือ”
“ยังไม่รีบไปต้อนรับอีก” เจิ้งอี้ฝานยิ้มเล็กๆ
เจิ้งฟางรีบหันไปเปิดประตู เห็นชายชราท่วงท่าคล้ายเซียนยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ มือถือไม้เท้าเหล็ก มุมปากมีรอยยิ้มแสดงความรักใคร่ “ฟางเอ๋อร์ เจ้าโตขึ้นมากเลยทีเดียว!”
“ท่านปู่ชาง ท่านทำไมถึงมาเม