ืองหลันเยี่ยนได้ล่ะ”
“ไม่ใช่เพราะว่าข้าอยากมาเยี่ยมเจ้ากับเซียงเซียงหรอกหรือ”
ผู้อาวุโสก้าวเข้ามาในห้องโถง ทันใดนั้นพลังไร้ลักษณ์ของขอบเขตปราชญ์ก็กระเพื่อมตามจังหวะการก้าวเดินของเขา
เจิ้งอี้ฝานยิ้มเล็กๆ “ยินดีกับผู้อาวุโสชางในที่สุดก็เข้าสู่ขอบเขตปราชญ์แล้ว”
ผู้อาวุโสเงยหน้ายิ้ม “ชางไป๋เฮ่อคารวะเสินโหว!”
“ไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่ง”
“ขอรับ!”
ชางไป๋เฮ่อ เป็นยอดฝีมือที่มีอยู่จำนวนน้อยนิดของจักรวรรดิ เคยเป็นกุนซือของจวนเสินโหว ติดตามเจิ้งอี้ฝานไปปราบเหนือล่องใต้ แต่ตอนที่จักรพรรดิกวางหมิงหวังปูนบำเหน็จรางวัล เขากลับเร้นกายไม่ปรากฏตัวอีกเลย แต่วันนี้มาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่เมืองหลันเยี่ยน คงต้องพัดพาพายุเลือดมาด้วยอย่างแน่นอน
“ผู้อาวุโสชาง วิหารศักดิ์สิทธิ์ท้าทายจวนเสินโหวอย่างโจ่งแจ้ง ท่านน่าจะทราบแล้วกระมัง” เจิ้งอี้ฝานรินน้ำชาให้ด้วยตนเอง พลางพูดราวกับไม่ได้ตั้งใจ
ชางไป๋เฮ่อพยักหน้า “ได้ยินมาบ้าง เพียงแต่วิหารศักดิ์สิทธิ์ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายๆ ถึงแม้ว่ายอดฝีมือในอดีตจำนวนมากจะพากันหลบซ่อนตัว แต่ตาเฒ่าเหลยหงนั่นยังคงอยู่ ถึงจวนเสินโหวจะมียอดฝีมือ แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับเหลยหงก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผลดี เพราะนอกจากเหลยหงยังมีกลุ่มยอดฝีมือขอบเขตนภาอย่างเกอหยาง ข้าว่าท่านเสินโหวเองก็คงไม่คิดจะเผชิญหน้ากับเหลยหงตรงๆ กระมัง”
เจิ้งอี้ฝานอดหัวเราะไม่ได้ “ผู้ที่เข้าใจข้า ก็คือผู้อาวุโสชางนี่แหละ!”
พู