ุทธ์ให้เป็นพลังสั่นสะเทือนร่างกายของศัตรูจนแหลกละเอียด นี่เหมือนกับการตายของถั่วงอกน้อยเลย”
“หลักฐานมีแล้ว แต่ยังขาดพยาน” หลินมู่อวี่เอ่ยเสียงเรียบ “ต้องหาพยานที่เห็นเหตุการณ์มายืนยันว่าโอวหยางชิวเป็นคนฆ่าผู้เฒ่าทั้งสอง มิเช่นนั้นก็ลงโทษเข้าไม่ได้ พวกเรารอพรุ่งนี้เช้าแล้วไปสอบถามพวกชาวบ้านก็แล้วกัน”
“อืม!”
……
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากไปสอบถามชาวบ้านตามบ้านแล้ว ในที่สุดก็เจอหญิงใบ้นางหนึ่งที่สติไม่สมประกอบ พอเห็นหลินมู่อวี่กับจางเหว่ยก็ร้องออกมาเสียงดัง ราวกับเห็นผีก็มิปาน หลินมู่อวี่รีบเดินเข้าไปหา กดไหล่ของนางไว้ที่ข้างกองฟาง แล้วพูด “แม่นาง เจ้าไม่ต้องกลัว พวกข้าไม่ใช่คนไม่ดี เจ้าไม่ต้องกลัว…”
สายตาของหญิงใบ้ผู้นั้นจ้องเขม็งไปที่ดาวสีทองที่คอเสื้อของหลินมู่อวี่ แล้วเอาแต่ส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว พลางส่งเสียงตะโกนดังไม่ได้ศัพท์
เจ้าหน้าที่จากสมาพันธ์นกกระจอกเพลิงที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้น “ใต้เท้า หญิงผู้นี้ทั้งหูหนวกและเป็นใบ้ ท่านถามไปก็ไม่ได้คำตอบหรอกขอรับ”
“งั้นหรือ”
หลินมู่อวี่ยิ้มเย็นชา เขาเห็นหญิงใบ้สอดมือเข้าไปในอกเสื้อ แล้วล้วงเหรียญตราดาวสีทองออกมา ด้านหน้าของดาวสีทองเป็นสัญลักษณ์รูปดาบ นั่นก็คือตราสัญลักษณ์ครูฝึกระดับดาวสีทองแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์!
จางเหว่ยแย่งตรานั่นมา แล้วเอ่ยถาม “แม่นาง ฆาตกรทิ้งไว้ใช่หรือไม่”
แม่นางน้อยพยักหน้า หวาดกลัวจนไม่กล้าแหงนมองหลินมู่อวี่และจา