าทีก็ยืนยันหลักฐานและพยานเรียบร้อย เจิ้งกู้กล่าวเสียงเรียบ “ตามกฎหมายแล้ว โอวหยางชิวต้องรับโทษประหารชีวิตทันที”
โอวหยางชิวตัวสั่น รีบหันไปทางเจิ้งฟาง “ท่านอ๋องน้อยช่วยข้าด้วย…”
เจิ้งฟางเดินขึ้นไปด้านหน้า แล้วล้วงป้ายทองอาญาสิทธิ์ออกมา พูดขึ้น “ช้าก่อน โอวหยางชิวเป็นคนของจวนเสินโหว มีสถานะเป็นชนชั้นสูง ข้าขอใช้ป้ายทองอาญาสิทธิ์ของจวนเสินโหวแลกกับชีวิตของเขา ไม่ว่าใครก็อย่าหวังจะฆ่าโอวหยางชิว!”
เจิ้งกู้ตะลึง แล้วมองไปทางเหลยหงอย่างลำบากใจ
เหลยหงกลับลูบเครา แล้วเผยรอยยิ้มออกมา “ป้ายทองอาญาสิทธิ์จวนเสินโหวแลกกับชีวิตเขา แน่นอนว่าไม่เป็นปัญหา แต่วิหารศักดิ์สิทธิ์ก็มีกฎของวิหารศักดิ์สิทธิ์ โอวหยางชิวฆ่าคน ก็ควรจะพิพากษาด้วยการท้าประลอง ท่านอ๋องน้อยว่าอย่างไร ข้าจะรับหน้าที่เป็นพยานเอง”
“พิพากษา…” เจิ้งฟางตะลึง
การพิพากษาด้วยการท้าประลองก็คือการประลองแบบหนึ่ง เป็นการประลองที่ตัดสินด้วยความเป็นความตาย หากพวกชนชั้นสูงฆ่าคนตาย ญาติหรือสหายของผู้ตายสามารถท้าประลองกับผู้ที่ลงมือฆ่าได้หนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหรือตายไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ นี่คือกฎที่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในจักรวรรดิต้าฉินที่ชื่นชอบการฝึกยุทธ์
โอวหยางชิวเหมือนมองเห็นความหวัง จึงยิ้มหยัน “ถั่วงอกน้อยก็ตายไปแล้ว ใครจะท้าประลองแทนเขางั้นรึ”
ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ ทักษะดาบของโอวหยางชิวแทบไม่มีใครสู้ไ