งานเลี้ยงดำเนินมาจนถึงยามไฮ้ (ช่วงเวลาระหว่างสามทุ่มถึงห้าทุ่ม) ฉินเหลยนำองครักษ์สามสิบกว่านายคุ้มครองฉินอินและถังเสี่ยวซีกลับจวน เฟิงจี้สิงถือกระบี่และยังเมาอยู่ เขาจูงม้าศึกของตัวเอง ขึ้นม้าได้ก็หมอบอยู่บนหลังม้า แล้วหันไปมองหลินมู่อวี่ ยิ้มถาม “อาอวี่ เจ้าดื่มไปมากขนาดนั้น ยังจะขี่ม้าได้อีกหรือ”
หลินมู่อวี่จับบังเหียนแน่น หนีบหมวกไว้ที่รักแร้ ยิ้มตอบ “ได้สิ พี่เฟิงท่านห่วงตัวเองว่าจะขี่ม้ากลับไปได้หรือเปล่าเถอะ”
เฟิงจี้สิงอดหัวเราะไม่ได้ “จะเป็นอะไรไป เมืองหลันเยี่ยนก็คือบ้านของข้าเฟิงจี้สิง หลงทางในบ้านช่างปะไร ถึงข้าจะเมาหนัก พี่น้องข้าก็จะหาข้าจนเจอและแบกกลับไปเองนั่นแหละ”
ฉินเหลยสะอึกเอิ้ก ในมือยังคงถือไหสุราอยู่ พูดขึ้น “องครักษ์อวี้หลิน ขึ้นม้า!”
……
แสงโคมไฟนอกหอสดับพิรุณมืดสลัว หลินมู่อวี่มองเห็นหน้าของฉินอินและเสี่ยวซีไม่ค่อยชัด แต่ก็เห็นว่าสาวงามทั้งสองต่างขึ้นม้าแล้ว จึงเอ่ยถาม “องค์หญิง เสี่ยวซี จะให้ข้าไปส่งพวกท่านกลับจวนก่อนไหม พี่ฉินเหลยดื่มเมาไปแล้ว…”
ฉินอินยิ้มบางๆ ใต้เเสงดาวอันมืดสลัว “อาอวี่ เจ้าเองก็ดื่มไปมาก รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ วางใจเถอะ เมืองหลันเยี่ยนเป็นเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิ ด้านหลังข้ายังมีองครักษ์อวี้หลินที่พละกำลังยอดเยี่ยมอีกหลายสิบนาย ใครก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้หรอก เสี่ยวซีข้าจะคุ้มครองนางกลับไปเอง เจ้ารีบกลับวิหารศักดิ์สิทธิ์เถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว ระ