ะ ตามข้าไปสมาพันธ์นกกระจอกเพลิง!”
“ขอบพระคุณท่านปู่เหลยหง!”
จางเหว่ยก็ดีใจเช่นกัน ประสานมือคำนับ “ขอบคุณท่านผู้ดูแล!”
……
สมาพันธ์นกกระจอกเพลิงแห่งจักรวรรดิ ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของกรมอาญา กลุ่มอาคารทุกหลังเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียวกัน และอาคารของสมาพันธ์นกกระจอกเพลิงดูราวกับนกกระจอกเพลิงที่กำลังจะโบยบินขึ้นไปบนสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน เชิดหน้าท่าทางทระนงองอาจ ดูเหมือนจริงมาก ด้านนอกอาคาร ทหารยามแปดนายยืนถือดาบเฝ้าอยู่ คบเพลิงด้านข้างโบกสะบัด แสงไฟวูบไหว
เสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามา เหลยหง หลินมู่อวี่และจางเหว่ยหยุดม้าตรงหน้าห้องโถงใหญ่ของสมาพันธ์นกกระจอกเพลิง
“ผู้ใดกัน” ทหารยามตะโกนเสียงดัง
เหลยหงค่อยๆ ปลดผ้าคลุม เผยให้เห็นใบหน้าชรา
“ที่แท้ก็เป็นผู้ดูแลอาวุโสแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์!” กลุ่มทหารยามต่างคุกเข่าลง สถานะแตกต่างกันชัดเจน เหลยหงไม่เพียงแต่เป็นผู้ดูแลอาวุโส แต่ยังเป็นหนึ่งในหกองครักษ์อวี้หลินชุดขาวแห่งจักรวรรดิ มีสิทธิ์เข้าเฝ้าฝ่าบาทได้โดยตรง บุคคลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้เหล่าทหารยามมิอาจล่วงเกินได้
“ไม่ทราบว่าผู้ดูแลอาวุโสมาเยือนสมาพันธ์นกกระจอกเพลิงกลางดึกมีธุระอันใดหรือขอรับ”
“ข้าต้องการพบหัวหน้าสมาพันธ์นกกระจอกเพลิง ใต้เท้าเจิ้งกู้!”
“ใต้เท้าเจิ้งกู้เข้านอนแล้วขอรับ”
“ช่วยไปรายงานที”
“ขอรับ!”
ไม่นานนัก ทหารยามก็กลับมา “เชิญท่านผู้ดูแลอาวุโส!”
“ขอบใจมาก!”
คณะของหลินมู่อวี่เดินเข้าสู่ห้องโถง