“เชิญเจ้าค่ะ นี่เป็นเหล้าบุปผามรกตที่มีรสชาติหวานหอมที่สุดประจำเมืองหลันเยี่ยน เชิญทุกท่านลิ้มลองเจ้าค่ะ”
หญิงรับใช้รินสุราจนเต็มจอก กลิ่นหอมของสุราก็ลอยขึ้นมาเตะจมูกทันที เฟิงจี้สิงถือจอกสุราไว้ เขายิ้มพร้อมกล่าวขึ้นว่า “พวกเราดื่มด้วยกันก่อนสามจอก จากนั้นก็จะเป็นการแสดงวันเทศกาลซั่งซีแล้วล่ะ”
หลินมู่อวี่ตะลึง ยังมีการเเสดงด้วยหรือ
หลินมู่อวี่ยกจอกสุราขึ้น ดื่มหมดรวดเดียว ลำคอราวกับมีน้ำแร่หวานฉ่ำไหลผ่าน ไม่มีรสชาติเผ็ดร้อนเลยแม้แต่น้อย
ถังเสี่ยวซีเองก็ดื่มไปหนึ่งจอก จากนั้นก็ยิ้มพูด “ข้าไปเตรียมตัวก่อนนะ”
“เตรียมอะไรหรือ” หลินมู่อวี่รู้สึกประหลาดใจ
ถังเสี่ยวซียันตัวกับไหล่ของหลินมู่อวี่ลุกขึ้นยืน ยิ้มตอบ “อีกประเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เองแหละ!”
……
ดังนั้นเฟิงจี้สิง หลินมู่อวี่ ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน ฉินเหลย และฉู่เหยาทั้งห้าคนจึงนั่งอยู่ที่โต๊ะ ดื่มสุราต่ออีกสองจอก ระหว่างนี้คนรับใช้สองสามคนกำลังย้ายกลองขนาดยักษ์ใบหนึ่งมาตั้งไว้ด้านหน้า หลินมู่อวี่นึกถึงอะไรบางอย่างออก ยิ้มพูด “หรือจะเป็นระบำกลองยักษ์”
เฟิงจี้สิงอดหัวเราะไม่ได้ “ไม่ใช่ ระบำเเขนเสื้อต่างหากเล่า”
“เอ๋?”
“อาอวี่ เจ้ามองไปด้านขวาก็จะรู้เอง” เฟิงจี้สิงกล่าว
หลินมู่อวี่หันไปมอง เห็นถังเสี่ยวซีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมา ยังคงเป็นชุดสีเเดงเพลิงเช่นเดิม เพียงแต่ชุดมีแขนเสื้อที่ยาวมาก แถมยังเป็นแบบเข้ารูปด้วย จึงยิ่งขับเอวที่คอดเล็ก