และสะโพกงามสมบูรณ์แบบของถังเสี่ยวซีให้เห็นชัดเจนขึ้นไปอีก ยามนางเยื้องย่างแขนเสื้อโบกสะบัด งดงามเกินบรรยาย
ถังเสี่ยวซีปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์จิ้งจอกอัคคี นางกระโดดขึ้นไปบนกลอง ด้วยร่างกายที่เบา กอปรกับพลังของจิ้งจอกอัคคีคอยค้ำจุน จึงดูเหมือนเซียนที่ล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ หลินมู่อวี่ตะลึงตาค้าง เผลอเอ่ยขึ้นมา “รูปร่างบางจนสามารถร่ายรำบนฝ่ามือ…คงจะเป็นความรู้สึกประมาณนี้กระมัง”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนอดหัวเราะไม่ได้ “รูปร่างบางจนสามารถร่ายรำบนฝ่ามือหรือ อาอวี่ เจ้าช่างรอบรู้ ประโยคนี้ฟังแล้วไพเราะยิ่งนัก…”
“ข้าแค่ยืมมาใช้เท่านั้นเอง ฮา…”
……
ตอนนี้เองถังเสี่ยวซีสะบัดแขนเสื้อยาว ยิ้มพูด “นี่เป็นระบำแขนเสื้อที่ข้าเพิ่งจะหัดได้ไม่นาน ยังไม่คล่องเท่าไร ไม่รู้ว่าจะเข้ากับบทเพลงชิวเยี่ยนของเสี่ยวอินหรือเปล่า เสี่ยวอิน พวกเราจะเริ่มกันแล้วนะ”
เสียงหวานใสดังออกมาจากหลังม่านลูกปัด “อืม เริ่มกันเถอะ!”
ครู่ต่อมา เสียงพิณอันไพเราะก็ดังขึ้น นุ่มนวลอ่อนหวาน ส่วนท่าร่ายรำของถังเสี่ยวซีก็อ่อนช้อยงดงาม ราวกับภูติสาวสวยที่กระโดดโลดเต้นอยู่บนกลอง เสียงพิณอ่อนโยนนุ่มนวล สอดรับกับการเคลื่อนไหวของถังเสี่ยวซี ราวหงส์งามโบยบินอยู่บนท้องฟ้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน จู่ๆ เสียงพิณก็รุนแรงขึ้น ท่วงทำนองดุดัน กลิ่นอายสงครามแผ่กระจายทั่วทั้งห้อง ส่วนจังหวะร่ายรำของถังเสี่ยวซีก็เร็วขึ้น รัวเท้าลงบนกลอง ราวกับเสียงรัวกลองรบก็ไม่ปา