ียกเงินค่าช่วยชีวิตจากองค์หญิงแห่งจักรวรรดิพันเหรียญทอง เว้นเสียแต่ว่าจะไม่อยากมีชีวิตเเล้วเท่านั้นแหละ เขาจึงยกจอกสุราขึ้น หัวเราะแล้วพูดออกไปหน้าด้านๆ “ไม่มีอะไร ดื่มสุราจอกนี้แล้ว ขอให้เรื่องเก่าพวกนั้นกลายเป็นควันสลายไปก็แล้วกัน!”
เฟิงจี้สิงเดาเรื่องออกนานแล้ว ใบหน้าเรียบเฉย “อาอวี่ เจ้านี่ยังกล้าจะพูดออกมาได้นะ…”
หลินมู่อวี่สุดแสนกระอักกระอ่วน อยากเอาหน้ามุดดินหนีซะเดี๋ยวนั้น
ในตอนนี้เอง ฉินอินก็มองออกว่าถึงความกระอักกระอ่วนใจของหลินมู่อวี่ จึงลุกขึ้นยืน ถือจอกสุรามาที่โต๊ะของเขา ค่อยๆ คุกเข่าลงอย่างช้าๆ พร้อมยกจอกสุราขึ้น ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจางๆ “ไม่ว่าอย่างไร คืนนั้นเจ้าก็ช่วยชีวิตข้าไว้ สุราจอกนี้ถือว่าเป็นคำขอบคุณของข้า ขอบใจเจ้ามาก…”
องค์หญิงผู้งดงามคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเขา ห่างออกไปแค่คืบ หลินมู่อวี่ทำตัวไม่ถูก รีบยกจอกสุราขึ้นพร้อมเอ่ย “ข้าเป็นนักปรุงโอสถ การรักษาโรคและช่วยชีวิตคนเป็นสิ่งที่ข้าควรกระทำ อีกทั้งวันนั้นได้พบองค์หญิงถือเป็นโชคชะตา องค์หญิงไม่จำเป็นต้องขอบใจข้า เพราะกลับทำให้ข้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดแล้ว”
ฉินอินรู้สึกขำ ตรัสขึ้น “ในเมื่อผู้บัญชาการเฟิงเรียกเจ้าว่าอาอวี่ เช่นนั้นข้าขอเรียกเจ้าว่าอาอวี่ด้วยได้หรือไม่”
“ได้แน่นอน ตามสบายเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม”
ฉินอินยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ลำคอระหงขาวเนียนราวหิมะชวนหลงใหล
หลินมู่อวี่เองก็ยกจอกสุราขึ้นกระดกรว