เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวันแล้ว งานเลี้ยงเทศกาลซั่งซีถูกจัดขึ้นตอนกลางคืน ดังนั้นหลินมู่อวี่จึงไม่ได้รีบออกไป จึงยังฝึกวิชาควบคุมกระบี่อยู่ในลานบ้านของตนที่วิหารศักดิ์สิทธิ์
ประกายเพลิงของกระบี่เหลียวหยวนเดี๋ยววูบเดี๋ยวสว่าง กระบี่ตั้งตรงลอยอยู่กลางอากาศ ถูกควบคุมด้วยพลังไร้ลักษณ์
หลินมู่อวี่ที่ยืนห่างจากกระบี่หลายเมตร ดวงตาทั้งสองปิดสนิท เขากางมือขวาออกช้าๆ เพื่อเหนี่ยวนำธาตุอัสนีที่อยู่ในอากาศ ธาตุอัสนีที่มีขนาดเล็กแต่ดุร้ายรวมตัวกันกลายเป็นพลังงานอัสนีประกายสีม่วงหลายสาย ไหลเวียนอยู่ตามนิ้วมืออย่างอิสระ ราวกับเด็กน้อยซุกซนที่เย้าหยอกจนหลินมู่อวี่อดยิ้มไม่ได้
การผสานกันกับธาตุอัสนีของเขาสมบูรณ์แบบมากขึ้นเรื่อยๆ ธาตุทั้งสี่ที่ใช้ควบคุมกระบี่นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะชำนาญการใช้สายฟ้าควบคุมกระบี่มากที่สุด โจมตีด้วยสายฟ้า แทบจะไม่มีใครต้านได้ เพียงแต่ตอนฝึกซ้อมในวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่เคยใช้ทักษะควบคุมกระบี่และแก่นเพลิงมังกรเลย ดั่งที่เหลยหงพูดไว้ อยู่บนโลกนี้ต้องรู้จัก “ซ่อนคม” มิเช่นนั้นอาจเป็นดั่งต้นไม้ที่สูงเกินไพร ที่มักถูกลมพัดหักโค่นก่อน
แต่เพราะพลังของเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละขั้นๆ แค่พลังการป้องกันของวิญญาณยุทธ์น้ำเต้าก็เพียงพอที่จะทำให้คนในวิหารชื่นชม ถึงขนาดที่ไม่พ่ายแก่โอวหยางชิวครูฝึกระดับดาวสีทอง และเพราะการมีตัวตนของเขา สถานะของผู้ช่วยฝึกในวิหารจึงค่อยๆ สูงขึ้นด้วย แค่ท่า