ทีของคนรับใช้และทหารยามหน้าประตูที่มีต่อผู้ช่วยฝึกก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง
เพราะอย่างไรเสียก่อนหน้านี้ สถานะของผู้ช่วยฝึกในวิหารก็คือ “กระสอบทราย” ดีๆ นี่เอง ทว่าด้วยการปรากฏตัวของหลินมู่อวี่ จึงช่วยสร้างเกราะเหล็กและหนามแหลมให้ “กระสอบทราย” การปรากฏตัวของเขาทำให้เหล่าครูฝึกไม่อาจดูหมิ่นการดำรงอยู่ของผู้ช่วยฝึกได้อีกต่อไป ถึงขั้นที่กลุ่มครูฝึกที่มีจางเหว่ยเป็นตัวตั้งตัวตี ปฏิบัติต่อผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองอย่างหลินมู่อวี่ราวกับเป็นทั้งอาจารย์ผู้มีคุณและสหายรัก
……
“ก๊อก ก๊อก…”
เสียงเคาะประตูดังจากด้านนอก คนรับใช้เอ่ยอย่างนอบน้อม “ใต้เท้าหลินจื้อ ได้เวลาแล้วขอรับ ตามคำสั่งขององค์หญิงซี ได้เวลาที่ท่านต้องออกเดินทางไปหอสดับพิรุณแล้ว คนเลี้ยงม้าเตรียมม้าพันธุ์ดีไว้ให้เรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ขอบใจมาก!”
หลินมู่อวี่ลืมตา แววตาเป็นประกายคมกริบ ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มอันเป็นมิตร
เขาสะพายกระบี่เหลียวหยวนขึ้นหลัง แล้วออกจากที่พัก ตามคาด ที่ลานฝึกขี่ม้าของวิหารศักดิ์สิทธิ์มีม้าพันธ์ุดีกว่าหนึ่งร้อยตัว ปกติจะใช้สำหรับให้บรรดาครูฝึกและผู้ช่วยฝึกไว้ฝึกทักษะขี่ม้าเท่านั้น ตอนนี้เนื่องจากความสัมพันธ์กับถังเสี่ยวซี ไม่นึกว่าจะนำม้ามาให้เขาใช้ด้วย หลินมู่อวี่เกิดความรู้สึกเหมือนได้เลื่อนขั้นขึ้นมาทันที
เขาขึ้นม้า แล้วทำความเคารพแบบทหารจักรวรรดิให้คนเลี้ยงม้าที่จูงม้ามาให้ ยิ้มกล่าวด้วยความนอบน้อม “ขอบใจท่