านมาก ข้าจะนำม้ากลับมาคืนให้ตรงเวลา โปรดอย่าได้กังวล”
คนเลี้ยงม้าได้รับการปฏิบัติเยี่ยงนี้รู้สึกประหลาดใจ รีบเอ่ย “ใต้เท้าพูดอะไรขอรับ เชิญท่านใช้ได้ตามสบายเลยขอรับ ผู้ดูแลเกอหยางกำชับไว้ว่าครูฝึกและผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองสามารถเลือกม้าศึกตัวที่ชอบและนำออกไปใช้เดินทางได้ตามประสงค์ ท่านไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้หรอกขอรับ”
“อืม ยังไงก็ขอบใจท่านมาก”
หลินมู่อวี่ยิ้ม แล้วควบม้าศึกออกไป ส่วนคนเลี้ยงม้าผู้นั้นก็ได้แต่ยืนตะลึงงันอยู่ที่เดิม เขาไม่อาจจินตนาการได้ว่าผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองของวิหารจะให้ความเคารพตนเองแบบนี้ เพราะอย่างไรเสียสถานะก็แตกต่างกันมาก
ทว่าหลินมู่อวี่ทำแบบนี้จนชินแล้ว เขามีชาติตระกูลที่ดี เป็นถึงลูกชายของหลินซุ่นซีอีโอและผู้อำนวยการแห่งหลงซินกรุ๊ป เรียกได้ว่าเขาคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด หลินซุ่นเป็นคนอ่อนโยนและนอบน้อม จึงทำให้หลินมู่อวี่เติบโตมาด้วยความเคยชินในการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความนอบน้อม ในสายตาของผู้อื่น เขาคือทายาทเศรษฐี แต่คนที่รู้จักเขาจริงๆ ต่างรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเยี่ยม เขาถ่อมตนและสุภาพอ่อนโยน มีคำพูดโบราณกล่าวไว้ จะดูการอบรมเลี้ยงดูของคนๆ หนึ่ง ให้ดูท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อบริกร คำพูดนี้สะท้อนตัวตนของหลินมู่อวี่ได้เป็นอย่างดี
เพียงแต่คนเลี้ยงม้าเป็นคนจากอีกโลก ตั้งแต่เล็กได้รับการสั่งสอนถึงการแบ่งชนชั้น หลินมู่อวี่ในทัศนะของเขาคือผู้ช่วยฝึกระดั