มู่ เครื่องแบบทหารของจักรวรรดิอยู่บนตัวเจ้าเหมาะมากเลยนะ ข้าไม่เคยเห็นแม่ทัพคนไหนจะสวมเสื้อเกราะนี้ได้เหมาะเท่าเจ้าอีกแล้วล่ะ”
เฟิงจี้สิงมือถูจมูก เอ่ยด้วยความปวดใจ “ฟังองค์หญิงตรัสแล้ว เหมือนกับว่าผู้บัญชาการทหารอย่างข้าและฉินเหลยสวมชุดเครื่องแบบชุดนี้แล้วดูไม่สง่างามอย่างนั้นแหละ”
ฉินเหลยนั่งลง ตบมือแล้วยิ้มเอ่ย “ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์อิจฉางั้นหรือ ดูสภาพท่านสิ ยังจะเป็นผู้บัญชาการกองทหารรักษพระองค์สามหมื่นนายได้อยู่อีกรึ!”
หลินมู่อวี่ยิ้มกระอักกระอ่วน “พวกท่านเลิกประชดข้าได้แล้วขอรับ ข้าเป็นแค่ผู้ช่วยฝึกของวิหารศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น มิอาจทัดเทียมกับแม่ทัพใหญ่อย่างพวกท่านที่กุมกองกำลังทหารอันเกรียงไกรหรอกขอรับ”
ฉินเหลยส่ายหน้าแล้วยิ้ม “นี่ อาวี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว เจ้าเป็นถึงผู้ช่วยฝึกที่แกร่งที่สุดของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้พวกข้าทราบดี จะว่าไป เดิมทีวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็คือสถานที่กำเนิดแม่ทัพที่มีชื่อเสียงของจักรวรรดิ บรรดาแม่ทัพที่มีชื่อเสียงมากมายต่างก็มาจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น ข้า เฟิงจี้สิงและฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนต่างก็เคยเป็นคนของวิหารมาก่อนเช่นกัน ดังนั้นเจ้าไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก”
“อืม ขอบคุณท่าน…ท่านมีนามว่าอะไรหรือขอรับ”
ฉินเหลยชะงัก อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ข้ามีนามว่าฉินเหลย เป็นบุตรคนโตของอ๋องจี้หนิง ผู้บัญชาการกองทหารอวี้หลิน”
หลินมู่อวี่ใจเต้นระรัว ดูท่า