ัวหน้ากองพลนายหนึ่งประสานหมัดคารวะ “ผู้บัญชาการ คนจากค่ายสารวัตรทหารมาขอรับ”
“ค่ายสารวัตรทหาร?” เฟิงจี้สิงเงยหน้า แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวูบไหวเล็กน้อย ขับให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูมีมิติยิ่งขึ้นไปอีก “คนจากค่ายสารวัตรทหารมาทำอะไรที่ค่ายทหารรักษาพระองค์ ใครเป็นผู้นำมา”
“ผู้บัญชาการค่ายสารวัตรทหารเซี่ยงอวี้ขอรับ”
“เซี่ยงอวี้?”
เฟิงจี้สิงขมวดคิ้ว ลุกขึ้นยืน สะบัดชุดเกราะและตอบ “ตามข้าออกไปต้อนรับ”
“ขอรับ!”
นอกกระโจม เซี่ยงอวี้นำนายทหารจากค่ายสารวัตรทหารสิบกว่านายเดินเข้ามา มือประสานคารวะมาแต่ไกล “พี่เฟิง ไม่เจอกันเสียนาน ยังหล่อเหลาเหมือนเดิมเลยนะท่าน!”
ก็ได้ เฟิงจี้สิงประสานมือคารวะกลับ “ข้าน้อยเฟิงจี้สิงคารวะใต้เท้าเซี่ยงอวี้!”
เซี่ยงอวี้หัวเราะ “ท่านและข้าต่างเป็นผู้บัญชาการทหารแห่งจักรวรรดิ ไม่ต้องถ่อมตนแบบนี้หรอก!”
ถึงจะบอกแบบนี้ แต่เฟิงจี้สิงยังคงทำความเคารพแบบทหารอยู่ดี แม้กองกำลังของค่ายสารวัตรทหารจะมีแค่สองพันนาย แต่กลับครอบครองอำนาจสูงสุดในกองทัพของจักรวรรดิทั้งหมด ถึงแม้ตนจะมีทหารรักษาพระองค์ใต้บัญชาถึงสามหมื่นนายก็ยังต้องให้ความเคารพเซี่ยงอวี้!
“ไม่ทราบว่าที่ใต้เท้าเซี่ยงอวี้มาค่ายทหารรักษาพระองค์ครั้งนี้ มีธุระอะไรหรือ” เฟิงจี้สิงเอ่ยถาม
เซี่ยงอวี้หัวเราะ “เรื่องเล็กน้อย เราเข้าไปคุยกันในกระโจมเถอะ!”
“ขอรับ!”
เข้าไปในกระโจมทัพหลวงของทหารรักษาพระองค์ เซี่ยงอวี้นั่งลงอย่างไม