งการปูพรมค้นหาตัวหลินมู่อวี่ ต้องมีราชโองการของฝ่าบาท มิเช่นนั้นข้าน้อยก็ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านไม่ได้ หน้าที่ของกองทหารรักษาพระองค์คือรักษาความสงบในเมืองหลวง มิใช่จับกุมนักโทษอุกฉกรรจ์”
เฟิงจี้สิงยอมหักไม่ยอมงอ ไม่มีอ่อนข้อให้เเม้แต่น้อย
เซี่ยงอวี้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน มองเฟิงจี้สิงด้วยสายตาเย็นเฉียบ “ผู้บัญชาการเฟิง เตือนสติข้าพอดี ข้าต้องไปตำหนักเจ๋อเทียนเข้าเฝ้าฝ่าบาทก่อนถึงจะสามารถจับกุมผู้ร้ายได้สินะ!”
เฟิงจี้สิงหัวเราะเบาๆ “ขอรับ ใต้เท้า ท่านมาเสียเวลาแล้ว”
เซี่ยงอวี้หน้าตาดุดัน เดินลงมาจากที่นั่งของผู้บัญชาการ เหยียบพรมสีน้ำเงินเข้มในกระโจมทัพหลวง มองเฟิงจี้สิงด้วยสายตาเย็นชา ยิ้มพูด “ข้ามาครั้งนี้จะเสียเปล่าได้อย่างไร ข้าได้ยินว่าท่านผู้บัญชาการเฟิงศึกษาเพลงดาบเฟิงสิงของบรรพบุรุษข้าเซี่ยงเหวินเทียนมาหลายปี จนได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ใช้เพลงดาบเฟิงสิงที่เเข็งเเกร่งที่สุดในจักรวรรดิ วันนี้ข้ามีเวลาพอดี ไม่ทราบว่าท่านพอจะชี้แนะได้หรือไม่”
เฟิงจี้สิงชะงัก “ข้าน้อยมิกล้าลงมือกับใต้เท้าหรอกขอรับ”
“ไม่เป็นไร แค่ประลองเท่านั้นเอง!”
เซี่ยงอวี้ยกมือ ดึงดาบศึกที่เอวของผู้ใต้บังคับบัญชาออกมา แล้วยิ้มพูด “เซี่ยงอวี้ไม่ถนัดใช้ดาบ จึงไม่มีดาบศึกประจำตัว ข้ายืมดาบของลูกน้อง ผู้บัญชาการเฟิงคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”
เฟิงจี้สิงหวาดหวั่น รับดาบสงครามที่ผู้ใต้บังคับบัญชาส่งมาให้ ประสานมือตอบ “ใต้เท้า พว