ที่มุมหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของตำหนักเจ๋อเทียนในเมืองหลันเยี่ยน มีค่ายทหารขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ ทหารในชุดเครื่องแบบสีฟ้าของจักรวรรดิกำลังฝึกซ้อมแทงทวน อาชาพันธุ์ดีวิ่งเข้ามาอย่างเร็ว กองทหารม้าควบม้าเข้ามาในค่ายทหารอย่างรวดเร็ว ในมือถือธงลาดตระเวนรอบเมืองสีแดงดั่งโลหิต ในค่ายทหารนอกจากเสียงตะโกนของทหารที่ฝึกอยู่ ก็ไม่มีเสียงอื่นใด เป็นภาพที่ซบเซานัก
ค่ายสารวัตรทหาร สถานที่ควบคุมกฎและวินัยทหารแห่งเมืองหลวง
บนถนนใหญ่ที่ปูด้วยอิฐสีเทา ทหารลาดตระเวนที่เข้าเวรนายหนึ่งพุ่งเข้าไปในค่ายทหาร ในมือถือหนังสือทางทหารฉบับหนึ่ง คุกเข่าหนึ่งข้างลงกับพื้น พูดด้วยความเคารพ “ท่านผู้บัญชาการ มีหนังสือมาจากมณฑลชางหนานขอรับ!”
ทหารยืนเรียงแถวขนาบสองด้านอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านหลังโต๊ะแม่ทัพ ชายหนุ่มหน้าตาสง่างามท่วงท่าองอาจกำลังอ่านแผนที่ม้วนหนึ่งอยู่ เขาสวมเครื่องแบบนายทหารชั้นสูง บริเวณคอเสื้อประดับดาวสีทองสามดวง นั่นคือยศของนายทหารชั้นสูงระดับผู้บัญชาการของจักรวรรดิ
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือผู้บัญชาการค่ายสารวัตรทหารแห่งเมืองหลวง นามว่าเซี่ยงอวี้ อายุเพียงเท่านี้แต่ก็ได้นั่งตำแหน่งผู้บัญชาการ ดูแลกฎทหารทั้งกองทัพแล้ว ทั้งยังมีสถานะไม่ธรรมดาอีกต่างหาก เขาเป็นถึงทายาทรุ่นหลังของเทพทหารเซี่ยงเหวินเทียน และด้วยเหตุนี้เอง แทบทุกคนในกองทัพจักรวรรดิจึงหวาดกลัวเขาอยู่บ้าง แน่นอนว่าสิ่งที่เซี่ยงอว