ี้ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวนั้น จริงๆ แล้วก็คือทวนนองเลือดของเขา เซี่ยงอวี้ฝึกสุดยอดวิชาที่ได้รับถ่ายทอดมาจากเซี่ยงเหวินเทียน เรียกได้ว่าเขาเป็นแม่ทัพที่เก่งกล้าสามารถอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิ
“มณฑลชางหนานส่งหนังสือมาอีกแล้วรึ” เซี่ยงอวี้ยิ้มถาม “คงไม่ใช่ว่าท่านลุงยังอยากให้ข้าจับกุมเจ้าหลินมู่อวี่อยู่หรอกนะ”
ทหารที่เข้าเวรส่ายศีรษะ “ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ!”
เซี่ยงอวี้รับหนังสือมาเปิดออก แล้วกวาดตาดู อดขมวดคิ้วไม่ได้ “มณฑลชางหนานเคลื่อนกำลังทหารกว่าหมื่นนายก็ยังหาหลินมู่อวี่ไม่เจอ จึงสงสัยว่าเขาหลบหนีเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง ท่านทั้งหลายคิดว่าควรจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี”
นายพลยศสูงผู้หนึ่งประสานมือคารวะก่อนเอ่ยขึ้น “ท่านผู้บัญชาการ พวกเราปูพรมค้นห้าให้ทั่วเมืองหลวงดีหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ได้”
เซี่ยงอวี้โบกมือ “ข้อแรก ทำแบบนี้จะใช้คนมากเกินไป หากทำให้ฝ่าบาทตกพระทัย พวกเราจะรับผิดชอบกันไม่ไหว ข้อสองถึงแม้ค่ายสารวัตรทหารจะควบคุมสามเหล่าทัพก็ตาม แต่กลับมีกำลังทหารจำกัดแค่สองพันนายเท่านั้น ไม่มีทางปูพรมค้นหาได้เลย วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะใช้คนมาก ยังเปลืองแรงโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย”
“เช่นนั้น…ท่านผู้บัญชาการมีวิธียอดเยี่ยมอะไรหรือขอรับ”
เซี่ยงอวี้ยิ้มมุมปาก “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พวกเจ้าตามข้ามา เราจะไปค่ายทหารรักษาพระองค์กันสักหน่อย ไม่ได้เจอผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงนานแล้ว ฮึ…ข้ากำลังอยากจะประลองกับเขาอยู