้ได้เสียก่อน กระบี่เดิมทีก็เป็นเพียงเหล็กธรรมดา แต่มีวิญญาณเพราะมีผู้ใช้มัน กระบี่เคลื่อนที่ตามจิต กระบี่ไม่ได้อยู่ที่มือ แต่อยู่ที่ใจ…”
ผู้เฒ่ากระบี่ร่ายเคล็ดวิถีกระบี่ ให้หลินมู่อวี่ท่องจำ จากนั้นจึงถ่ายทอดวิธีโคจรปราณ หลังจากสอนไปหนึ่งรอบ ผู้เฒ่ากระบี่ก็สะบัดแขนเสื้อแล้วกล่าว “ข้าจะไปเข้าญาณด้านใน เจ้าก็ฝึกที่ลานบ้านไป ภายในสามวันต้องบรรลุจิตกระบี่ให้ได้ มิเช่นนั้นก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเรียนการใช้จิตควบคุมกระบี่ต่อ”
หลินมู่อวี่พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ หมุนตัวแล้วไปนั่งที่ขั้นบันไดหินกลางลานบ้าน ดำดิ่งเข้าวิถีกระบี่อย่างเงียบสงบ
……
ผู้เฒ่ากระบี่หมุนตัวแล้วพุ่งเข้าไปที่ด้านหลังโถง นั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น พ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างอายุกว่าหกสิบปี ประคองกระถางธูปอยู่หนึ่งอัน เอ่ยเสียงเบา “ท่านให้เด็กผู้นี้บรรลุจิตกระบี่ภายในสามวันจะไม่ยากเกินไปหรือขอรับ แม้แต่ท่านเองยังใช้เวลาถึงห้าวันห้าคืนกว่าจะบรรลุจิตกระบี่เลยนะขอรับ!”
ผู้เฒ่ากระบี่ยิ้มบางๆ “สรรพสิ่งล้วนมีโชคชะตา ข้าเคยชินกับความสันโดษ ไม่คิดอยากจะรับศิษย์ แต่เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ฉลาดเฉลียวนัก จะสามารถร่ำเรียนจิตกระบี่ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเขา เจ้าแค่ไปส่งอาหารสามมื้อให้เขาก็พอแล้ว”
“ขอรับ”
……
นั่งอยู่แบบนี้สองวันแล้ว ในสองวันนี้ หลินมู่อวี่กินแค่อาหารสามมื้อ แต่กลับไม่รู้สึกหิวโหยมากอะไร
ที่ผู้เฒ่ากระบี่กล่าว “กระบี่เป็นเหล็ก