หรียญทองจ่ายมากพอ ไม่ว่าอะไรเขาก็ยินดีทำ จงหลีซ่านผู้นี้เคยถึงกับประกาศว่า หากมีคนจ่ายค่าจ้างแพงล้นฟ้าให้ เขาก็กล้าลอบเข้าตำหนักเจ๋อเทียนไปตัดพระเศียรของกวางหมิงหวังจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน…”
“บังอาจเกินไปแล้ว!” เหลยหงหน้าเขียวปั้ด จงหลีซ่านลอบเข้ามาฆ่าคนในวิหาร เป็นการท้าทายเขาผู้ซึ่งเป็นผู้ดูแลวิหารศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ นี่มันหยามหน้ากันชัดๆ
“ไปตรวจสอบให้ชัดเจน กำแพงรอบวิหารสูงมาก กลางคืนมีเวรยามคุ้มกัน ไม่มีทางปีนกำแพงเข้ามาได้ ต้องมีคนในพาจงหลีซ่านเข้ามาเป็นแน่ ตรวจสอบให้ละเอียดว่าเมื่อวานมีใครพาคนนอกเข้ามาบ้าง!”
“ขอรับ!” เกอหยางประสานมือคารวะ
ในตอนนี้เอง จางเหว่ยหันไปยิ้มให้เจิ้งฟางแล้วเอ่ยว่า “อ้อ เมื่อเย็นวาน ข้าเห็นท่านอ๋องน้อยนำคนรับใช้มาที่วิหารสองสามคน ไม่รู้ว่าข้าจะมองผิดไปหรือเปล่า”
เจิ้งฟางสีหน้าเย็นชา “จางเหว่ย เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้ากำลังสงสัยข้างั้นหรือ”
“มิกล้า!” จางเหว่ยประสานมือ “ข้าน้อยเพียงแค่นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้เท่านั้นเอง มิได้มีเจตนาอื่น ท่านอ๋องน้อยทำอะไรเปิดเผย มีคุณธรรมสูงส่ง ด้วยนิสัยของท่านอ๋องน้อยแล้ว ข้าจางเหว่ยเชื่ออย่างสนิทใจว่าท่านอ๋องน้อยไม่คิดจะสังหารหลินจื้อเด็ดขาด”
เจิ้งฟางหน้าเสีย คนในวิหารต่างรู้ว่าเจิ้งฟางคิดจะกำจัดหลินจื้อกันทั้งนั้น เขาจึงน่าสงสัยที่สุด แถมนักฆ่าล่าเงินรางวัลอย่างจงหลีซ่านคงจะมีแต่ชนชั้นสูงอย่างเจิ้งฟางที่จะมีปัญญาจ้างกระมัง