จางเหว่ยมาจากตระกูลสามัญชน เป็นธรรมดาที่จะเข้าข้างหลินจื้อกับถั่วงอกน้อย เขาถึงกับเดือดดาลขึ้นมาทันที แม้แต่สวัสดิภาพของตนก็ไม่สนแล้ว เกิดมามีชีวิตทั้งที ก็ต้องใช้ให้มันสะใจเสียหน่อย!
……
เหลยหงเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ต้องเถียงกันแล้ว ข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้เอง ทันทีที่เจอตัวผู้บงการ ข้าจะไม่ปล่อยไว้แน่! วิหารศักดิ์สิทธิ์เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของจักรวรรดิ ไม่ยอมให้คนต่ำทรามมาดูหมิ่นได้เด็ดขาด!
บรรดาคนในวิหารพากันประสานมือคารวะ “ขอรับ ผู้ดูแลอาวุโส!”
“เช่นนั้นก็แยกย้ายได้!”
หลังจากที่กลุ่มคนทยอยกันออกไป เหลยหงกลับเรียกหลินมู่อวี่ไว้ “หลินจื้อ เจ้ารอก่อน”
“ท่านปู่เหลยหง มีเรื่องอะไรหรือ” เขาหยุดเท้าและเอ่ยถาม
“เจ้าฝึกคัมภีร์หลอมกระดูกมังกรถึงไหนแล้ว บาดเจ็บหนักหรือไม่” เหลยหงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
หลินมู่อวี่รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา ยิ้มพูดด้วยความกระอักกระอ่วนใจ “ข้าก็ไม่รู้ว่าฝึกไปถึงขั้นไหนแล้ว น่าจะประสบความสำเร็จอยู่นิดหน่อย ไม่เช่นนั้นข้าคงฆ่าจงหลีซ่านไม่ได้”
“อืม ข้าตรวจดูบาดแผลของจงหลีซ่านแล้ว ตายในหนึ่งกระบวนท่า เจ้าคงจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อสินะ มิเช่นนั้นนักฆ่าระดับนี้คงไม่ถูกโจมตีง่ายๆ”
“ขอรับ ท่านปู่เหลยหง”
“เป็นเพราะข้าหย่อนยานเกินไป เมื่อคืนมัวแต่นั่งสมาธิ เลยไม่ได้ไปดูเจ้า”
“ไม่เป็นไรขอรับ ข้าปกป้องตนเองได้”หลินมู่อวี่เผยรอยยิ้มอันแสนมั่นใจ
“เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปเถอะ”
“ขอรับ”
……