เพราะยังอาการบาดเจ็บอยู่ เกอหยางจึงให้หลินมู่อวี่หยุดพักผ่อนเป็นเวลาสามวัน เรื่องนี้ทำให้หลินมู่อวี่เหมือนปลาได้น้ำ ครุ่นคิดว่าจะใช้เวลาสามวันนี้ทำอะไรดี!
พอออกจากวิหาร เขาก็ตรงไปที่ร้านศาสตราวุธว่านเซิ่ง ต้องไปขอคำแนะนำทักษะควบคุมกระบี่จากผู้เฒ่ากระบี่เสียหน่อย!
แต่ยังไปได้ไกลไม่เท่าไร ทันใดนั้นก็มีม้าตัวหนึ่งควบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่บนหลังม้าคือสาวงามในชุดกระโปรงสีเขียว อายุราวสิบแปดปี ท่วงท่าสง่างาม ร้องตะโกนมาแต่ไกล “ไม่ทราบว่าใช่ท่านอาจารย์หลินจื้อหรือไม่”
“หืม?”
หลินมู่อวี่หยุดเดิน “เจ้าเป็นใคร”
หญิงสาวพลิกตัวลงจากหลังม้า สองมือประสานกันอยู่ตรงท้องน้อย โค้งตัวทำความคารวะ ตามมาตรฐานกุลสตรีแห่งจักรวรรดิ พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าน้อยนามว่าจินเสี่ยวถัง เป็นลูกสาวของจินซานพั่ง…อุ้ย ไม่ใช่เจ้าค่ะ ลูกสาวของจินไจจู๋แห่งร้านโอสถประจำเมืองหลวง คิกๆ และเป็นรองประธานสมาคมการค้าแห่งจักรวรรดิด้วยเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ ฝันคืนสู่สูงสุดที่ท่านได้ฝากทางร้านให้นำไปประมูล ตอนนี้ประมูลเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจึงมาหาท่านเพื่อการนี้เจ้าค่ะ!”
“อ้อ แม่นางจินเองหรอกหรือ!”
หลินมู่อวี่ยิ้มดีใจ ในสายตาเขาจินเสี่ยวถังผู้นี้ได้กลายเป็นสาวงามที่ทำจากทองคำเรียบร้อยแล้ว ที่แท้ก็นำเงินมาให้นี่เอง!
จินเสี่ยวถังมีท่าทางเกรงอกเกรงใจอย่างมาก ประสานมือคารวะอีกครั้งพร้อมยิ้มพูด “ท่านอาจารย์หลิน ฝันคืนสู่สูงสุดทั้งห้าขว