ารู้ฤทธิ์ของบุหงาน้ำแข็ง เจ้ายังจะหลับได้อีกหรือ”
“ข้าหลับได้ก็แล้วกันน่า!” ดูท่าชวีฉู่จะไม่ได้พูดเรื่องฝันคืนสู่สูงสุดกับเหลยหง ก็ดีเหมือนกัน
เหลยหงพยักหน้า “ได้ สามวันนี้ข้าจะให้ผู้ดูแลเกอหยางเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องลับตอนที่เจ้าฝึกบ่มก็แล้วกัน วางใจเถอะ ในวิหารไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้หรอก”
“ขอบคุณท่านปู่เหลยหงมาก!”
……
กลับมาถึงห้องลับ คราวนี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว หลินมู่อวี่หยิบฝันคืนสู่สูงสุดออกมา หนึ่งขวด เปิดฝาออกแล้วดมกลิ่น กลิ่นหอมหวานของดอกบัวเจ็ดสีก็ลอยเตะจมูก เขากระดกลงไปรวดเดียว วินาทีถัดมา ก็พลันรู้สึกศีรษะหนักอึ้ง ความง่วงแล่นเข้ามาที่สมอง เป็นไปตามคาด ฤทธิ์ของฝันคืนสู่สุงสุดนั้นแรงกว่าโอสถรวมจิตจริงๆ ด้วย บังคับให้ง่วงได้!
การนอนหลับครั้งนี้ยาวนานมาก ในฝันราวกับว่าเขาได้ผ่านภัยพิบัติมามากมาย รู้สึกแสบร้อนไปทั้งร่าง เหมือนกระดูกลุกเป็นไฟ เปลวเพลิงที่แสบร้อนเหลือคณาแผดเผาทุกอณูของร่างกาย แสงสีทองระยิบระยับอยู่เบื้องหน้า เขาเห็นมังกรห้ากรงเล็บเกล็ดสีทองอร่ามหลายตัวบินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องนภา หนึ่งในนั้นหนวดสะบัด สายตาเย็นเยียบจ้องมาที่ตน ราวกับเป็นจักรพรรดิแห่งแผ่นดิน
“อา…”
เขาสะดุ้งตื่นจากฝัน เป็นยามรุ่งอรุณพอดี เสียงระฆังบอกเวลาอาหารเช้าดังเข้ามาจากด้านนอก
หลินมู่อวี่กำหมัด สูดลมหายใจเข้าลึก รู้สึกถึงพลังที่ล้นทะลักกำลังไหลเวียนอยู่ภายในร่าง ไม่ต้องใช้เครื่องวัดพลัง เขาก็รับรู้ได