กจนแบบนี้ เขากลับเห็นอกเห็นใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล มนุษย์นั้นเดิมทีมีจิตใจที่เมตตา สำหรับเขาแล้วนี่คงเป็นสัญชาตญาณ
หลินมู่อวี่ยกแขนขึ้นเล็กน้อย เอ่ยว่า “ท่านเติ้งจื่อหลินเป็นถึงครูฝึกระดับดาวสีเงิน มาจับคู่กับผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองแดงดูจะไม่เหมาะสมกับระดับของท่าน ถ้าไงวันนี้ให้ข้าเป็นคู่ฝึกแทนดีไหม”
เติ้งจื่อหลินแววตาเย็นชา “หลินจื้อ เจ้าออกหน้าให้คนอื่นงั้นรึ เหอะ อย่าคิดว่าผู้ดูแลอาวุโสปกป้องเจ้าอยู่ แล้วจะทำตามอำเภอใจได้”
หลินมู่อวี่เลิกคิ้ว “ว่าไง ท่านไม่กล้าหรือ”
“ทำไมจะไม่กล้า!”
เติ้งจื่อหลินฮึดฮัด “สู้ก็สู้! ท่านผู้ดูแล โปรดจับคู่ข้ากับหลินจื้อด้วยขอรับ!”
เจิ้งฟางพยักหน้ายินดี “ให้ตามที่เจ้าต้องการ”
……
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ในห้องฝึกซ้อม เติ้งจื่อหลินถอดเกราะออก กล้ามเนื้อทรงพลังเป็นประกายระยิบ เขาเรียกวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ออกมา แล้วยิ้มพูด “เข้ามาเลย หลินจื้อ ขอข้าดูหน่อยสิว่าเจ้ามีสามเศียรหกกรหรือเปล่า!”
เพิ่งพูดจบ เขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งหมัดสายฟ้าเข้าใส่หน้าอกของหลินมู่อวี่ทันที
หลินมู่อวี่ไม่เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา ยกแขนขึ้นปัดป้องอย่างเหี้ยมหาญ ใช้แค่พลังจากชั้นก่อผิวและการหลอมกระดูกของร่างกายมาทานไว้!
“เปรี้ยง!”
โจมตีซึ่งๆ หน้า เขาไม่ขยับแม้แต่น้อย กลับเป็นเติ้งจื่อหลินที่ถูกกระแทกกลับไปจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าของเติ้งจื่อหลินซีดเผือดในทันที เขารู้ว่าหลินมู่อวี่นั