รข้าไม่ได้หรอก จะว่าไป คราวก่อนผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงกับพี่ใหญ่มาเยี่ยมข้า เจอหน้าบรรดาผู้ดูแลในสมาพันธ์โอสถแล้ว อย่างน้อยหลัวปินก็ต้องเห็นแก่หน้าเฟิงจี้สิงอยู่บ้าง”“อืม เช่นนั้นก็ดี! ท่านรีบกินฝันคืนสู่สูงสุดเถอะ แล้วหาที่ปลอดภัยนอนหลับสามวัน ระดับพลังของท่านจะต้องรุดหน้าแน่นอน ข้าก็จะกลับไปฝึกต่อเหมือนกัน”“อื้อ ไปเถอะ!”มองร่างหล่อเหลาของหลินมู่อวี่ที่เดินหายออกไป ด้วยระดับของพลังที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้บุคลิกของชายหนุ่มเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมของเขาในตอนนี้ทำให้จิตใจของหญิงสาวอย่างฉู่เหยาหวั่นไหว ยิ่งรู้จักกันนาน จึงเลี่ยงได้ยากที่จะไม่ให้เกิดความรู้สึกดีๆ ระหว่างกันฉู่เหยาถอนหายใจแผ่วเบา นิ่งเงียบไม่พูดจา นึกเรื่องต่างๆ ไปมา แล้วกลับคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างถังเสี่ยวซีกับหลินมู่อวี่ เรื่องที่ถังเสี่ยวซีเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องหลินมู่อวี่เป็นที่รู้กันไปทั่วเมือง ต้องรู้ว่า ผู้ดูแลอาวุโสเหลยหงและชางหลานกงถังหลานเป็นสหายสนิทกัน ถึงขั้นที่มีคนลือกันว่าเหลยหงเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาชางหลานกง เรื่องความสัมพันธ์ของถังเสี่ยวซีกับหลินมู่อวี่ แน่นอนว่าเหลยหงต้องปกป้องหลินมู่อวี่ทุกวิถีทางอยู่แล้วคิดไปคิดมา ฉู่เหยาจึงได้แต่หลอมโอสถต่อไป……หลินมู่อวี่รีบร้อนกลับวิหาร เขาไม่ได้ตรงไปที่ห้องลับ แต่กลับตรงไปยังอาคารหลักของวิหาร ทหารรักษาการณ์สองนายถือดาบ สอบถาม “ผู้ช่ว