หนึ่งก็เดินออกมา เขาสวมเสื้อแพรสีทอง ประสานมือคารวะ แล้วกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ใต้เท้าจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ ข้าน้อยเป็นเจ้าของร้านโอสถ มีนามว่า ‘จินซานพั่ง’ ผู้น้อยแซ่จิน แถมยังตัวอ้วน เป็นลูกชายคนที่สามของตระกูล (“ซาน” ในภาษาจีนแปลว่า “สาม”) ดังนั้นสหายที่อยู่ในแวดวงการปรุงโอสถจึงเรียกข้าว่าจินซานพั่ง ใต้เท้า ไม่ทราบว่ามาหาข้าน้อยมีเรื่องอันใดขอรับ”หลินมู่อวี่จ้องหน้าเขาแล้วถาม “ระดับการปรุงโอสถของท่านอยู่ระดับใด”จินซานพั่งประสานมือ แล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “มิกล้าๆ ข้าน้อยเป็นราชาโอสถระดับเก้า เพราะได้ความกรุณาจากสหายในวงการที่ผลักดัน จึงได้เป็นประธานสมาคมร้านโอสถแห่งเมืองหลวง เหอะๆ…”มิน่าในดวงตาเจ้าอ้วนถึงมีแววภูมิใจฉายออกมา ที่แท้ก็เป็นราชาโอสถ นักปรุงโอสถระดับขนาดนี้น่าจะจัดเป็นอันดับหนึ่งไม่ก็สองของจักรวรรดิเป็นแน่ทว่าหลินมู่อวี่ไม่ได้มีท่าทางเคารพอะไร เพราะเขาสามารถปรุงโอสถระดับสิบได้ด้วยตัวเขาเอง ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นเทพโอสถหนึ่งเดียวบนโลกนี้ แถมยังชำนาญวิธีการปรุงโอสถทุกชนิดด้วยวิธีการที่หลากหลาย แค่ราชาโอสถแค่นี้ไม่มีอะไรให้ต้องเคารพ“ข้าอยากจะซื้อวัตถุดิบจากร้านโอสถของท่าน ไม่ทราบว่ามีดอกบัวเจ็ดสีหรือไม่”จินซานพั่งพอได้ยินคำว่า ‘ดอกบัวเจ็ดสี’ หน้าเขาก็ถอดสี “ใต้เท้า ทะ…ท่านต้องการบัวเจ็ดสีไปทำอะไร”“ปรุงโอสถน่ะ”หลินมู่อวี่ตอบกลับสั้นๆ แล้วพูดต่อ “คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้รับอภิสิทธ