หลินมู่อวี่ชาวาบที่หนังศีรษะ คลำกระดูกมังกรที่ไหม้จนดำไปบางส่วนอย่างหวาดผวา เขาหันไปมองลู่ลู่แล้วพูด “ขอบใจมากนะ ลู่ลู่ ไม่มีเจ้าละก็ พี่ชายคนนี้คงตายไปแล้วล่ะ…”ลู่ลู่มีสีหน้าตำหนิ “พี่ชาย แบบนี้มันอันตรายเกินไปนะ ความรู้สึกเจ็บปวดของท่านทำเอาข้าตื่นจากนิทรา ท่านจะฝึกแบบนี้ต่อไม่ได้ ล้มเลิกความคิดที่จะฝึกคัมภีร์หลอมกระดูกมังกรเถอะ!”“ไม่…”หลินมู่อวี่ตอบอย่างเด็ดเดี่ยว “กระดูกชิ้นนี้เสี่ยวซีอุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก จะให้เสียของไม่ได้ อีกอย่างข้ายังต้องใช้คัมภีร์หลอมกระดูกมังกรเพื่อสร้างชีพจรใหม่ ข้าต้องเสี่ยงดู ลู่ลู่อย่าขัดขวางข้าเลย ข้าตัดสินใจแล้ว”ลู่ลู่จนปัญญา “แล้วพี่ชายจะทำอย่างไร หากยังจะทำแบบนี้ต่อ ท่านอาจโดนวิชาอันตรายนี้ทำร้ายจนตายเอาได้นะ”“ความจริง…”หลินมู่อวี่พึมพำ ความคิดหนึ่งก็ลอยขึ้นมาในสมอง เขาพูด “ไม่ใช่ว่าร่างกายนี้รับความเจ็บปวดระดับนี้ไม่ไหว แต่เป็นเพราะจิตไม่สามารถทนการผสานพลังมังกรอันแข็งแกร่งได้ เลยหมดสติไป ดังนั้นขอแค่ไม่สลบ การหลอมรวมกระดูกมังกรชิ้นนี้น่าจะยังมีหวังอยู่”ลู่ลู่ตะลึงปากค้าง “พี่ชาย ท่านคิดจะใช้…โอสถรวมจิตงั้นเหรอ”“อือ!”โอสถรวมจิตเป็นโอสถระดับเก้า ช่วยรวบรวมจิตของผู้ใช้ให้แน่วแน่ ทำให้จิตไม่แตกซ่าน มีผลเสียคือทำให้นอนไม่หลับและตาค้าง อันตรายเพียงอย่างเดียวคือผลข้างเคียงที่มีฤทธิ์แรง หลังจากใช้โอสถรวมจิต ภายในสามถึงห้าวันอย่าได้คิดว่าจะนอนหลั