ลงในโอสถ ไม่ห่วงชีวิตเลยจริงๆ หากตอนเด็กข้าไม่ได้เรียนคาถาสงบจิตมาละก็ เหอะ เหอะ เกรงว่าชีวิตของเจ้าคงต้องจบสิ้นแล้ว…”แน่นอนหลินมู่อวี่เข้าใจความหมายของนาง หากตนพรากความบริสุทธิ์ของหลานสาวชางหลานกง ทหารนับแสนคนแห่งเมืองชีไห่คงยกทัพมาสับร่างเขาให้เป็นชิ้นๆ แน่“ขอบใจนะ เสี่ยวซี…” เขายังรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาถังเสี่ยวซีขำ “เจ้าก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ข้าอภัยเจ้าก็แล้วกัน ข้ามาที่นี่เพื่อจะบอกเจ้าว่าอีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลซั่งซีแล้ว เจ้ามีแผนจะทำอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็มาฉลองกับข้าเถอะ!”“เทศกาลซั่งซี? มันคืออะไร…” เขาหน้าตามึนงงถังเสี่ยวซีทำหน้าดูถูก “แม้แต่เทศกาลซั่งซีก็ไม่รู้จักหรือ เจ้านี่ป่วยหนักเลยนะ ก็ได้ เทศกาลซั่งซีเป็นเทศกาลที่สำคัญมาก หมายถึงการเฉลิมฉลองพร้อมหน้ากัน ในวันนี้แต่ละคนจะใช้เวลาอยู่กับสหายสนิทและครอบครัวไงล่ะ ข้าเห็นว่าเจ้าไม่มีเพื่อน งั้นก็มาฉลองกับข้าสิ ว่าอย่างไร”“ได้สิ!”หลินมู่อวี่แอบดีใจ ถังเสี่ยวซีเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล ถ้าเพราะเรื่องวันนี้ทำให้นางโมโห คงเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวง โชคดีที่นางให้อภัยอย่างไรเสียตนเองก็ตัวคนเดียว มีเพื่อนสักคนก็ดีเหมือนกัน
หลินมู่อวี่ชาวาบที่หนังศีรษะ คลำกระดูกมังกรที่ไหม้จนดำไปบางส่วนอย่างหวาดผวา เขาหันไปมองลู่ลู่แล้วพูด “ขอบใจมากนะ ลู่ลู่ ไม่มีเจ้าละก็ พี่ชายคนนี้คงตายไปแล้วล่ะ…”
ลู่ลู