ะหม่อม เขาเข้าไปฝึกอยู่ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว เปลี่ยนชื่อเป็น “หลินจื้อ” บางทีที่วิหารศักดิ์สิทธิ์อาจจะมีคำตอบที่องค์หญิงต้องการอยู่ก็ได้”
“อา…”
ร่างอรชรของถังเสี่ยวซีสั่นเทา ผ้าพันคอไหมสีเงินรอบคอปลิวไปตามสายลม และตกลงในสระบัว นางเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่งามมองเฟิงจี้สิง “เรื่องจริงหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เฟิงจี้สิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “องค์หญิงซีโปรดวางใจ เฟิงจี้สิงไม่เคยโกหก องค์หญิง ผ้าพันคอของท่านปลิวไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ…”
……
ในห้องซ้อม โอวหยางชิวยกกระบี่ด้ามหนึ่งขึ้นมา กระบี่เล่มนี้ไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่กระบี่ธรรมดา คมกระบี่มีพลังน้ำแข็งไหลเวียนอยู่ อย่างน้อยมันก็เป็นอาวุธวิญญาณเหมือนกัน ไม่ด้อยไปกว่ากระบี่เหลียวหยวนของหลินมู่อวี่เท่าใดนัก
“กระบี่ไร้ตา ท่านหลินจื้อระวังด้วย หากทำร้ายท่านเข้า ข้าคงรับผิดชอบไม่ไหว”
โอวหยางชิวกล่าวอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน เขาเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา เป็นวิญญาณยุทธ์ประเภทสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายงูพิษ ขณะเดียวกันรอบกระบี่ก็เริ่มมีประกายของปราณยุทธ์ออกมา นี่เป็นสิ่งที่เขาได้เปรียบหลินมู่อวี่ ปราณยุทธ์กับปราณปกติ เป็นพลังที่ห่างชั้นกันมาก
หลินมู่อวี่ไม่พูดอะไร เพียงแต่รีบเรียกกำแพงน้ำเต้าออกมา แล้วเพิ่มปราการเกล็ดมังกรและกระดองเต่าทมิฬด้วย ถึงจะบอกว่าเป็นแค่การฝึกซ้อม แต่ลึกๆ แล้วเขารู้ว่าการสู้ครั้งนี้สำหรับเขาเป็นศึกที่เป็นตายเท่ากัน จังหวะท