วัง (ชินหวังหรือชินอ๋อง คือตำแหน่งขององค์ชายที่เป็นพี่น้องกับจักรพรรดิ) ความจริงแล้วเป็นพระญาติผู้พี่ของฉินอิน เขายิ้มซื่อๆ “งั้น…ก็ลองดูเถอะ ไม่แน่ฝ่าบาทอาจจะอภัยโทษให้เจ้าเด็กนั่นจริงก็ได้!”
เฟิงจี้สิงมองอยู่ข้างๆ อยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้เสียก่อน
หลังมื้ออาหาร ฉินอินมาชมดอกไม้ในสวนด้านหลังจวน ฉินเหลยในฐานะหัวหน้าองครักษ์อวี้หลิน จึงพกอาวุธมาคุ้มกันอยู่ด้านข้างด้วยตนเอง ภารกิจเดียวที่องค์จักรพรรดิมอบให้เขาก็คือคุ้มกันความปลอดภัยขององค์หญิงฉินอิน
“องค์หญิงซีพ่ะย่ะค่ะ”
เฟิงจี้สิงถือดาบ ส่งเสียงเรียกมาแต่ไกล
ถังเสี่ยวซีที่อยู่บนระเบียงไม้จึงหยุดฝีเท้า หันกลับมาถาม “แม่ทัพเฟิง มีเรื่องอะไรหรือ”
เฟิงจี้สิงกระแอมแล้วกล่าว “องค์หญิงซี เอ่อ…หลินมู่อวี่สำหรับท่านแล้วสำคัญมากจริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ”
ถังเสี่ยวซีชะงัก หน้าแดงน้อยๆ “เขา…เขาถือว่าเป็นเพื่อนรักของข้ากระมัง”
“อย่างนี้นี่เอง…”
เฟิงจี้สิงยิ้ม “งั้นกระหม่อมเฟิงจี้สิงขอพูดสักสองสามประโยคตรงนี้ หลังจากพูดจบแล้ว คำพูดเหล่านี้จะสลายไปตามลม องค์หญิงซีช่วยทำเหมือนไม่เคยได้ยินคำพูดเหล่านี้มาก่อนเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
ถังเสี่ยวซีงง “อืม อะไรหรือ”
เฟิงจี้สิงเอ่ยเสียงเบา “หลายวันก่อน มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินทางไกลมาจากเมืองหยินซาน ใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน เผชิญความยากลำบากจากป่าสัตตะดาราจนมาถึงป่าล่ามังกร ต่อมาได้เข้ามาในเมืองหลันเยี่ยน ด้วยการแนะนำของกร