ี่ยวซีที่อยู่บนระเบียงไม้จึงหยุดฝีเท้า หันกลับมาถาม “แม่ทัพเฟิง มีเรื่องอะไรหรือ”เฟิงจี้สิงกระแอมแล้วกล่าว “องค์หญิงซี เอ่อ…หลินมู่อวี่สำหรับท่านแล้วสำคัญมากจริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ”ถังเสี่ยวซีชะงัก หน้าแดงน้อยๆ “เขา…เขาถือว่าเป็นเพื่อนรักของข้ากระมัง”“อย่างนี้นี่เอง…”เฟิงจี้สิงยิ้ม “งั้นกระหม่อมเฟิงจี้สิงขอพูดสักสองสามประโยคตรงนี้ หลังจากพูดจบแล้ว คำพูดเหล่านี้จะสลายไปตามลม องค์หญิงซีช่วยทำเหมือนไม่เคยได้ยินคำพูดเหล่านี้มาก่อนเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”ถังเสี่ยวซีงง “อืม อะไรหรือ”เฟิงจี้สิงเอ่ยเสียงเบา “หลายวันก่อน มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินทางไกลมาจากเมืองหยินซาน ใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน เผชิญความยากลำบากจากป่าสัตตะดาราจนมาถึงป่าล่ามังกร ต่อมาได้เข้ามาในเมืองหลันเยี่ยน ด้วยการแนะนำของกระหม่อม เขาเข้าไปฝึกอยู่ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว เปลี่ยนชื่อเป็น “หลินจื้อ” บางทีที่วิหารศักดิ์สิทธิ์อาจจะมีคำตอบที่องค์หญิงต้องการอยู่ก็ได้”“อา…”ร่างอรชรของถังเสี่ยวซีสั่นเทา ผ้าพันคอไหมสีเงินรอบคอปลิวไปตามสายลม และตกลงในสระบัว นางเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่งามมองเฟิงจี้สิง “เรื่องจริงหรือ”“พ่ะย่ะค่ะ!” เฟิงจี้สิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “องค์หญิงซีโปรดวางใจ เฟิงจี้สิงไม่เคยโกหก องค์หญิง ผ้าพันคอของท่านปลิวไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ…”……ในห้องซ้อม โอวหยางชิวยกกระบี่ด้ามหนึ่งขึ้นมา กระบี่เล่มนี้ไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ที่แน่ๆ