้เท้าของวิหารศักดิ์สิทธิ์นี่เอง เชิญเข้าเมืองเถอะขอรับ!”
“ขอบใจมาก”
วิหารศักดิ์สิทธิ์หรือที่เรียกว่าวิหารนั้น เป็นวิหารที่มีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดที่ยอดฝีมือทั่วทั้งแผ่นดินยอมรับ แม้หลินมู่อวี่จะเป็นแค่ผู้ช่วยฝึกภายในวิหาร แต่ด้วยสถานะนี้ก็นับว่าสูงศักดิ์อยู่พอสมควร อย่างน้อยต่อหน้านายทหารธรรมดาพวกนี้ ตำแหน่งของเขาสูงส่งกว่ามาก แม้กระทั่งทหารรักษาการณ์ ต่อให้มียศเป็นถึงผู้บังคับการกองร้อยก็ยังคงต้องให้ความเคารพ
ตอนที่เข้ามาถึงเมืองแล้วนั้น ขาทั้งสองข้างราวกับถูกถ่วงไว้ด้วยตะกั่ว เหมือนจะใช้ปราณจนแทบหมด วิ่งตะบึงมาตลอดทั้งคืน ใช้ขาสองข้างแทนม้าสี่ขาแบบนี้ แน่นอนว่าเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานและปราณเป็นอย่างมาก
หลินมู่อวี่เดินมาตามถนนในเมืองที่ใช้เป็นเส้นทางกลับ พบว่าชื่อของถนนเส้นนี้คือ “ถนนทงเทียน” จริงสิ นี่เป็นถนนที่อยู่บ้านสาวสวยเสื้อคลุมสีม่วงเข้มคนนั้น ดังนั้นหลินมู่อวี่จึงไล่ป้ายบ้านเลขที่แต่ละบ้านไปเรื่อยๆ เดินอยู่เป็นนาน ในที่สุดก็มาถึงบ้านเลขที่ไม่กี่หลังสุดท้าย
ถนนทงเทียน เลขที่สี่ : กระทรวงอาญาเมืองหลันเยี่ยน สถานที่บัญญัติกฎหมายอาญาทั้งปวงแห่งจักรวรรดิ
ถนนทงเทียน เลขที่สาม : กระทรวงกลาโหม จวนเสนาบดีกระทรวงกลาโหม
ถนนทงเทียน เลขที่สอง : หอฉิวเสียน สถานที่ซึ่งจักรพรรดิมีพระราชโองการให้ก่อตั้งขึ้นด้วยพระองค์เอง สถานที่สำหรับอบรมผู้มีปัญญา
ถนนทงเทียน เลขที่หนึ่ง : ตำหนักเจ๋อเที