คงไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ฮ่าๆ วางใจเถอะ นางตามผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงแห่งกองทหารรักษาพระองค์ไป แถมพวกเขามีทหารรักษาพระองค์ไปด้วยห้าพันนาย น่าจะไม่เป็นอะไร เจ้าดูข้าสิ ข้ามีแค่องครักษ์อวี้หลินสองพันนายเท่านั้นเอง”
ถังเสี่ยวซีมองกลุ่มองครักษ์อวี้หลินที่อยู่ด้านหลังฉินเหลย รู้สึกละอายใจอยู่บ้าง จึงยิ้มกล่าว “ข้าต้องขอโทษทุกคนด้วยจริงๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนกันหมด…”
ฉินเหลยยิ้ม แล้วถาม “เสี่ยวซี เจ้าหลินมู่อวี่เป็นใครกันแน่ ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นแค่นักโทษอุกฉกรรจ์ของจักรวรรดิ ทำไมเจ้าต้องเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายเพื่อคนแบบนั้นด้วย”
“ไม่ หลินมู่อวี่ไม่ใช่นักโทษ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น!” ถังเสี่ยวซีแววตาเด็ดเดี่ยว “เขาช่วยชีวิตข้าไว้ ดังนั้นข้าจำเป็นต้องมาตามหาเขาที่ป่าล่ามังกร โชคไม่ดีดันมาเจอพวกโรงเตี๊ยมจอมยุทธ์ซุ่มโจมตี ทำให้องครักษ์ข้างตัวข้ามากมายต้องมาตาย…”
ฉินเหลยกล่าว “หน้าที่ของทหารก็คือสละชีพเพื่อปกป้อง การตายของพวกเขาย่อมมีค่าอย่างแน่นอน เสี่ยวซีอย่าตำหนิตัวเองนักเลย พวกเราเดินทางกลับเมืองหลวงเถอะ ข้าจะส่งหนังสือรานงานให้ฉินอินและเฟิงจี้สิงทราบเรื่อง ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงจะยังค้นหาต่อเหมือนกับแมลงวันไร้หัวอยู่ในป่าล่ามังกร!”
“อืม ตกลง!”
……
นกสีขาวโบยบิน กระพือปีกอยู่กลางท้องฟ้า ไปแจ้งข่าวคราวของเสี่ยวซี
บนแผ่นดินกว้างใหญ่ หลินมู่อวี่ถือกระบี่เดินทางอย่างเร่งรีบ เขาหลบหลีกสัตว์วิญญาณทั้งหลา