ข้าในอกเสื้อ หยิบกระบี่เหลียวหยวนแล้วลุกขึ้นยืน “ข้ายังมีเรื่องเร่งด่วน ขอตัวก่อนล่ะ อ่อ ใช่แล้ว บอกที่อยู่ของเจ้ามาด้วย ข้าจะได้ไปเก็บเงินเจ้าถึงที่!”
ฉินอินอดยิ้มไม่ได้ “งั้นก็ได้ บ้านข้าอยู่ที่เมืองหลวง ถนนทงเทียนเลขที่หนึ่ง…”
“ถนนทงเทียนหรือ!”
หลินมู่อวี่คิดแล้วยิ้มตอบ “อยู่ถนนเส้นเดียวกับวิหารศักดิ์สิทธิ์เลย แบบนี้ก็ง่ายล่ะสิ”
“เจ้าคือคนของวิหารสงครามศักดิ์สิทธิ์?” ฉินอินตกตะลึง
“อืม…” หลินมู่อวี่เกาหัว ยิ้มพูด “ข้ายังมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการ ขอตัวก่อน!”
“อ่อ ได้”
หลินมู่อวี่เดินหายไปจากสายตาของฉินอิน พริบตาเดียวก็หายเข้าไปในความมืด
หลินมู่อวี่เสียเวลาตามหาอยู่ในป่าตั้งนาน ก็ไม่พบม้าที่หายไปของตน แต่กลับเห็นทหารม้าจำนวนมากถือคบเพลิงกำลังค้นหาอะไรอยู่ในป่า
“คนพวกนี้คงจะมาตามหาเสี่ยวซีกระมัง” เขาพูดอยู่ในใจ และไม่ตามหาม้าศึกต่อ แต่กลับหันกลับแล้วพุ่งเข้าไปยังในทุ่งนา
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เหมือนเขาจะลืมอะไรไป ใช่แล้ว ดันลืมถามเสียได้ว่าหญิงงามคนนั้นชื่ออะไร พลาดแล้วๆ! หนึ่งพันเหรียญทองสงสัยจะปิ๋วซะแล้ว แต่ยังดีที่รู้ที่อยู่!
……
“องค์หญิง! องค์หญิง!”
ในป่าลึกมีเสียงตะโกนของทหารม้าดังไม่ขาดสาย
ป่าล่ามังกรในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง กลางคืนอากาศหนาวเย็นมาก ฉินอินกระชับเสื้อคลุมไว้แน่น หนาวจนสั่นไปทั้งตัว อีกทั้งยังบาดเจ็บหนัก ไม่มีแรงเรียกพลังปราณออกมา แม้แต่แรงตะโกนก็ยังไม่มีเลยด้