หลินมู่อวี่เงียบไปครู่หนึ่ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเจิ้งฟางจะมีภูมิหลังเช่นนี้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่าตนเองจะสร้างศัตรูที่น่ากลัวแบบนี้ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจจางเหว่ยตบบ่าเขา “หาทางรับมือดีๆ แล้วกันเจ้าน้องชาย หากไม่ระวังชีวิตน้อยๆ ของเจ้าอาจจะดับสูญได้!”ขณะที่พูด เขาก็หัวเราะแหะๆ “แต่ข้าว่าผู้ดูแลอาวุโสเหลยหงเหมือนจะชื่นชมเจ้ามาก บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสของเจ้า ขอคำชี้แนะท่านเหลยหงให้มากเข้าไว้ สำหรับเจ้าแล้วมีแต่ข้อดี”“ขอรับ ขอบคุณมาก!”ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จางเหว่ยจะลงมือแบบยั้งไมตรีแล้ว แต่เนื้อตัวของหลินมู่อวี่นั้นยังเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเหมือนเดิม แน่นอนว่า ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของหมัดเสียงปีศาจนั้นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของจางเหว่ยจึงมีรอยฟกช้ำอยู่หลายแห่งเช่นเดียวกัน ส่วนช่วงบ่ายเขาได้รับหน้าที่ช่วยฝึกครูฝึกระดับดาวสีเงินผู้หนึ่ง จนกระทั่งถึงช่วงเย็น หลินมู่อวี่ก็รู้สึกว่าผิวหนังทุกตารางนิ้วของตนใกล้จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วหลังจากมื้อเย็น หลินมู่อวี่นั่งอยู่ในห้อง ใช้ผ้าขนหนูเช็ดรอยฟกช้ำและบาดแผลตามตัว เขากัดฟันข่มความเจ็บปวด ตัวสั่นเทิ้ม เหมือนกับสัตว์ป่าตัวน้อยที่ได้รับบาดเจ็บแล้วกำลังเลียแผลตัวเองอย่างไรอย่างนั้นในตอนนี้เอง มีเสียง “แอ๊ด” ดังขึ้น ประตูเปิดออกเองโดยไม่มีลมพัด เหลยหงในชุดยาวสีขาวยืนอยู่ด้านนอกประตู“ท่านผู้ดูแลอาวุโส มาแล้วหรือขอรับ” ดูเหมือนหลินมู่อวี่คา