้แค่เพียงในลำคอมีรสเลือดหวานๆ แต่เขากลั้นใจไว้ไม่พ่นเลือดนี้ออกมา จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นตนเองก็จะไม่มีที่ยืนในเมืองหลันเยี่ยน!
“ฟิ้ว…”
เสียงหวีดแหลมดังขึ้น มีดบินสี่ด้ามบินวกกลับมาด้วยความเร็ว เจิ้งฟางหันมองแล้วจึงฟันกระบี่ติดกันหลายครั้ง ซัดมีดบินจนกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงก็คือเจ้ามีดบินสี่เล่มนี้เหมือนมีชีวิต หมุนกลับมาต่อรวมกันได้ กลายเป็นมีดบินสี่คม เกิดเสียงระเบิดขึ้นกลางอากาศหนึ่งครั้ง มีดเสียงปีศาจหมุนกลับไปอย่างรวดเร็ว เพื่อโจมตีอีกครั้ง
“น่ารำคาญชะมัด!”
เจิ้งฟางตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด ทันใดนั้นเขาก็กางมือออก นิ้วมือทุกนิ้วมีแสงจากโล่ระฆังทองปกป้องอยู่ เขาจะใช้มือเปล่ารับมีดเสียงปีศาจงั้นหรือ
หลินมู่อวี่ยืนอยู่ที่เดิม กางฝ่ามือข้างหนึ่งออก คลื่นเสียงของหมัดเสียงปีศาจระเบิดขึ้นที่ด้านล่างมีดเสียงปีศาจดังปัง ส่งแรงสะเทือนใส่มีดเสียงปีศาจจนมีดเปลื่ยนวิถี และเฉือนเข้าที่ไหล่ของเจิ้งฟาง!
“ฟึบ!”
อีกแผลหนึ่งแล้ว เจิ้งฟางได้รับบาดเจ็บเป็นครั้งที่สอง
“ระยำ!”
เจิ้งฟางที่โมโหหน้าแดงก็หมุนตัวพุ่งเข้าใส่หลินมู่อวี่ กระบี่เปล่งประกายสีทองเจิดจ้า วิญญาณยุทธ์เจดีย์แก้วลอยขึ้นและร่วงลงมาด้วยความเร็ว ครอบตัวหลินมู่อวี่ไว้ข้างในราวกับเป็นคุกคุมขัง
หลินมู่อวี่ใจหายวาบ รีบหาทางสลัดหลุด แต่ร่างกายกลับขยับเขยื้อนไม่ได้เลย
“คิดจะหนีจากเจดีย์กักวิญญาณของข้างั้นหรือ” ใบห