บท่านได้หรือไม่” หลินมู่อวี่ยิ้มถามจางเหว่ยพยักหน้าทันที “ทำไมจะไม่ได้เล่า ห้องซ้อมนี้มีแค่ท่านกับข้าสองคน จะสู้อย่างไรก็ได้ ไม่เป็นปัญหา”“ขอบคุณมาก!”ครู่เดียว ในห้องซ้อมก็เริ่มมีประกายเพลิงกระจายออกมา สองคนผลัดกันรุกผลัดกันรับ ซ้อมกันอย่างมีความสุข……แต่การโจมตีระยะประชิดของหลินมู่อวี่นั้นกากมากจริงๆ ถูกชกไปกองกับพื้นอยู่ตลอด ได้แต่เพียงอาศัยการป้องกันของน้ำเต้าเอาคืนเท่านั้น“ปัง!”ด้วยการโจมตี คลื่นอากาศสั่นสะเทือน หมัดของจางเหว่ยถูกเจ้าเด็กนี้จับทางและสกัดได้เสียแล้ว จนเขาอดที่จะหัวเราะฮ่าๆ ไม่ได้ “สนุก สะใจจริงๆ!”พูดจบ จางเหว่ยยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยถาม “น้องหลินจื้อ ทำไมเจ้าถึงไปล่วงเกินผู้ดูแลเจิ้งฟางหนึ่งในสิบสองได้ล่ะ”“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน…” หลินมู่อวี่แกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วถาม “ท่านเจิ้งฟางนี่มีความเป็นมาอย่างไรหรือท่าน พลังเขาแข็งแกร่งมาก แถมยังอายุน้อยอยู่เลยก็ได้เป็นผู้ดูแลของวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว น่าจะมีเบื้องหลังใช่ไหม”“ไม่ใช่แค่มีเบื้องหลังเท่านั้นนะ”จางเหว่ยเลิกคิ้วและยิ้มตอบ “ที่จักรวรรดิมีวันนี้ได้ ต้องย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อนมีแม่ทัพผู้หนึ่งนามว่าเจิ้งอี้ฝาน เขานำทัพทหารจักรวรรดิห้าหมื่นนายไปรบชนะทหารแสนเจ็ดหมื่นนายที่เหลียวเป่ย ตายไปแสน เป็นเชลยอีกสี่หมื่น แก้ไขคลี่คลายสถานการณ์อันตรายของทางเหนือ ต่อมาจักรพรรดิองค์ปัจจุบันทรงแต่งตั้งให้เป็นราชครู ยกย่องเป็นเทพสงครามแห่ง