ถามเจิ้งฟางมิได้ต่อปากต่อคำกับผู้ดูแลอาวุโสต่อ เพียงแต่จ้องไปทางหลินมู่อวี่ที่อยู่ไกลๆ และไม่ได้พูดอะไรต่อเช่นกันด้านหลินมู่อวี่ก็แอบตื่นกลัวอยู่เงียบๆ เจิ้งฟางผู้นี้เหตุใดจึงคิดแค้นพยาบาทตนถึงเพียงนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้ามายังวิหารแล้วด้านฉินจื่อหลิงหัวเราะสดใส “ยินดีกับเจ้าด้วยหลินจื้อ เป็นไปได้ว่าเจ้าจะได้นั่งเก้าอี้ผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองคนแรกของวิหารแล้ว!”“หมายความว่าอย่างไร เพราะอะไรหรือ”“วันนี้เจิ้งซานเหอเป็นครูฝึกระดับดาวสีทองเพียงคนเดียวที่อยู่ในวิหาร ความแข็งแกร่งขั้นปรมาจารย์สวรรค์ระดับที่หกสิบเอ็ด แต่ไม่ต้องกังวลไป แนวทางการฝึกยุทธ์ของเขาคือการป้องกัน แม้แต่วิญญาณยุทธ์ก็ยังเป็นเต่าทมิฬ ดังนั้นเขาถนัดการป้องกัน แต่การโจมตีนั้นไม่เท่าไหร่ ด้วยพลังของเจ้าจะต้องรับมือการโจมตีของเจิ้งซานเหอได้แน่นอน สู้เขาล่ะ!”“ดีล่ะ…” หลินมู่อวี่ค่อยวางใจลงได้บ้างจากนั้นไม่นาน ครูฝึกระดับดาวสีทองในแถวเพียงคนเดียวก็ออกมา เจิ้งซานเหอเป็นชายวัยกลางคนที่ดูห้าวหาญผู้หนึ่ง ใบหน้าดำเหมือนถ่าน มือหนึ่งถือดาบเล่มโต อีกมือถือโล่เหล็กสีดำทะมึน หน้าตามีความซื่อตรง เขาหัวเราะหึ “สหายน้อยหลินจื้อ ข้ามาขอรับคำชี้แนะเกี่ยวกับการป้องกันของเจ้าสักหน่อย!”หลินจื้อพยักหน้าเจิ้งซานเหอกลับโบกมือ แล้วยิ้ม “ข้าใช้อาวุธ แต่เจ้าไม่ใช้ ดูจะรังแกกันไปหน่อย แบบนี้แล้วกัน พวกเราโจมตีใส่อีกฝ่ายได้ทั้งคู่ เพียงแค่เจ้